Hreflang คืออะไร: ตั้งค่าเว็บสองภาษา ไทย-อังกฤษ ให้ Google เข้าใจ

Hreflang คือแท็กที่บอก Google ว่าควรแสดงหน้าเวอร์ชันภาษาไหนให้ผู้ค้นหาคนไหน สำหรับเว็บไซต์ไทย-อังกฤษ ให้จับคู่แต่ละหน้ากับหน้าแปลของมัน ใส่ลิงก์ hreflang ในทั้งสองหน้าที่ชี้ไปยังกันและกันและชี้ไปที่ตัวเอง ใช้รหัส th และ en และให้ทุก URL อยู่ในสถานะที่ index ได้

ธุรกิจไทยจำนวนมากมีเว็บไซต์เดียวที่มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากไม่มี hreflang Google อาจแสดงหน้าภาษาอังกฤษให้คนไทย หรือกลับกัน บทความนี้อธิบายว่า hreflang ทำอะไร เขียนอย่างไร ตรวจสอบอย่างไร และความผิดพลาดแบบไหนทำให้มันใช้ไม่ได้

สรุปสั้น ๆ

  • Hreflang บอก Google ว่าเวอร์ชันภาษาไหนเหมาะกับผู้ค้นหาคนไหน เป็นสัญญาณ ไม่ใช่คำสั่ง
  • ทุกหน้าในคู่ต้องลิงก์ไปยังอีกหน้า และลิงก์ไปที่ตัวเองด้วย
  • ใช้รหัสภาษา en สำหรับอังกฤษ และ th สำหรับไทย เพิ่มรหัสประเทศเฉพาะเมื่อเนื้อหาต่างกันตามประเทศ
  • จับคู่เฉพาะหน้าที่เป็นคำแปลของกันและกันจริง
  • อย่าเปลี่ยนเส้นทางผู้เข้าชมตามภาษาโดยอัตโนมัติ ให้พวกเขาเลือกเอง

Hreflang คืออะไร และทำอะไร?

Hreflang คือคำอธิบายประกอบที่บอกเสิร์ชเอนจินว่าหน้าเดียวกันมีเวอร์ชันภาษาอื่นด้วย หากหน้าภาษาอังกฤษและหน้าภาษาไทยของคุณพูดเรื่องเดียวกัน hreflang จะเชื่อมทั้งสองหน้า Google จึงแสดงเวอร์ชันไทยให้คนที่ค้นหาเป็นภาษาไทย และเวอร์ชันอังกฤษให้คนที่ค้นหาเป็นภาษาอังกฤษ

มันไม่ได้ทำให้อันดับสูงขึ้นโดยตรง แต่ช่วยให้ Google เลือกว่าจะแสดงหน้าไหนของคุณ และลดความสับสนระหว่างเวอร์ชัน Google ยังอ่านเนื้อหาที่มองเห็นเพื่อดูว่าหน้าเป็นภาษาอะไร ไม่ได้ดูเฉพาะแอตทริบิวต์ lang ของ HTML

เว็บไซต์ของคุณต้องใช้ hreflang ไหม?

ต้องใช้เมื่อ:

  • คุณมีเนื้อหาเดียวกันเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทยบน URL แยกกัน
  • ตั้งใจให้ทั้งสองเวอร์ชันถูกค้นเจอ

อาจไม่ต้องใช้เมื่อ:

  • เว็บไซต์ของคุณมีภาษาเดียว
  • หน้าภาษาไทยแปลไม่ครบ ให้จับคู่เฉพาะหน้าที่มีทั้งสองภาษา
  • คุณใช้วิดเจ็ตแปลภาษาในเบราว์เซอร์ที่ไม่ได้สร้าง URL แยก เพราะไม่มีสิ่งให้เชื่อมโยง

หน้าที่แปลแล้วไม่ใช่ปัญหาเนื้อหาซ้ำโดยตัวมันเอง แต่แต่ละเวอร์ชันควรเขียนให้ผู้อ่านของภาษานั้น ไม่ใช่แปลด้วยเครื่องโดยไม่ตรวจทาน

ควรจัดโครงสร้าง URL ไทยและอังกฤษอย่างไร?

Google รองรับหลายโครงสร้าง และใช้ได้ทุกแบบ

โครงสร้างตัวอย่างหมายเหตุ
โฟลเดอร์ย่อย (Subdirectory)example.com/th/จัดการง่ายบนเว็บ WordPress เว็บเดียว
โดเมนย่อย (Subdomain)th.example.comแยกส่วนของเว็บชัดเจน ตั้งค่ามากกว่า
โดเมนแยกexample.co.thสัญญาณประเทศชัดที่สุด ต้องดูแลมากขึ้น

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ให้ใช้รูปแบบเดียวกันทั้งเว็บ จะใช้ slug ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ แต่ให้สม่ำเสมอ

จะเขียนแท็ก hreflang อย่างไร?

วิธีที่พบบ่อยที่สุดคือใส่แท็กใน head ของแต่ละหน้า ทั้งสองหน้าใช้ชุดแท็กเดียวกัน

<link rel="alternate" hreflang="en" href="https://www.example.com/seo-services/" />
<link rel="alternate" hreflang="th" href="https://www.example.com/th/seo-services/" />
<link rel="alternate" hreflang="x-default" href="https://www.example.com/seo-services/" />

กฎที่ต้องทำตาม:

  • ใช้ URL เต็มแบบ absolute
  • ใส่แท็กของหน้าตัวเองด้วย
  • ทำให้แต่ละเวอร์ชันลิงก์กลับไปหาเวอร์ชันอื่น
  • ใช้รหัสที่ถูกต้อง: th สำหรับไทย en สำหรับอังกฤษ เพิ่มรหัสประเทศเฉพาะเมื่อจำเป็น เช่น en-GB ส่วน en-UK ไม่ใช่รหัสที่ถูกต้อง
  • canonical ของแต่ละหน้าควรชี้ที่ตัวเอง ไม่ใช่ชี้ไปยังอีกภาษา

x-default คืออะไร?

ค่า x-default ระบุหน้าที่ควรแสดงเมื่อไม่มีเวอร์ชันภาษาใดตรงกับผู้ค้นหา เช่น หน้าเลือกภาษา หรือเวอร์ชันหลักของคุณ ไม่บังคับ แต่มีประโยชน์กับเว็บสองภาษา

ควรใช้วิธีไหนในการใส่?

คุณใส่ hreflang ได้ใน head ของหน้า ใน HTTP header หรือใน XML sitemap เลือกวิธีเดียวและใช้ให้สม่ำเสมอ สำหรับเว็บธุรกิจส่วนใหญ่ การใส่ใน head ของหน้าหรือใน sitemap ง่ายที่สุด ปลั๊กอิน WordPress หลายภาษาจำนวนมากเพิ่ม hreflang ให้อัตโนมัติ แต่ควรตรวจผลลัพธ์เองเสมอ เพราะการตั้งค่าอาจผิดได้

ความผิดพลาดอะไรที่ทำให้ hreflang ใช้ไม่ได้?

ความผิดพลาดทำไมจึงมีผล
ไม่มีลิงก์กลับGoogle อาจเมินคู่นั้นหากแต่ละหน้าไม่อ้างถึงกัน
จับคู่หน้าที่ไม่ใช่คำแปลของกันสัญญาณขาดความน่าเชื่อถือ
ชี้ไปยัง URL ที่ถูกรีไดเรกต์ noindex หรือเสียGoogle ใช้คำอธิบายประกอบนี้ไม่ได้
รหัสผิด เช่น en-UK หรือ jpแท็กไม่ถูกต้อง
URL แบบ relativeอาจอ่านผิด
canonical ชี้ไปอีกภาษาขัดกับ hreflang
ใช้หลายวิธีปนกันโดยไม่สม่ำเสมอสร้างสัญญาณที่ขัดแย้งกัน

จะตรวจว่า hreflang ทำงานอย่างไร?

  1. ดู page source ของหน้าภาษาอังกฤษ แล้วตรวจว่ามีทั้งสองเวอร์ชันอยู่ในรายการ
  2. ทำเช่นเดียวกันกับหน้าภาษาไทย และตรวจว่ามีชุดเดียวกัน
  3. เปิดทุก URL ในรายการ แล้วตรวจว่าโหลดได้โดยไม่ถูกรีไดเรกต์
  4. ตรวจว่าแต่ละหน้า index ได้ และมี canonical ที่ชี้กลับตัวเอง
  5. ตรวจตัวอย่างหน้าจากแต่ละเทมเพลต เช่น หน้าบริการ บทความ และหน้าแรก
  6. ใน Search Console ใช้ URL Inspection เพื่อดูว่า Google มองหน้านั้นอย่างไร และดูผลการค้นหาตามประเทศและภาษาเมื่อเวลาผ่านไป

ควรเปลี่ยนเส้นทางผู้เข้าชมตามภาษาอัตโนมัติไหม?

ไม่ควร Google แนะนำไม่ให้เปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้โดยอัตโนมัติตามภาษาหรือที่ตั้งที่คาดเดา เพราะอาจทำให้เสิร์ชเอนจินและผู้เข้าชมเข้าถึงบางเวอร์ชันไม่ได้ ให้มีปุ่มสลับภาษาที่ชัดเจนและให้ผู้ใช้เลือกเอง

DAB ช่วยเรื่องนี้อย่างไร?

เว็บไซต์ของ DAB เองก็มีสองภาษาคือไทยและอังกฤษ และเรามีประสบการณ์กว่า 18 ปีด้านการออกแบบเว็บไซต์และ SEO ในกรุงเทพฯ บริการ Technical SEO ของเราดูแลปัญหาการตั้งค่าแบบนี้ และ บริการออกแบบเว็บไซต์ ครอบคลุมการสร้างเว็บหลายภาษา

ต้องการให้ช่วยดูเว็บไซต์สองภาษา?

หากหน้าภาษาไทยและอังกฤษของคุณแสดงให้ผู้ชมผิดกลุ่ม ติดต่อ DAB ได้ทาง LINE หรือหน้าติดต่อเรา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริการ Technical SEO ในประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม: เว็บไซต์ธุรกิจไทยควรมีกี่หน้า และ การย้ายหรืออัปเกรดเว็บไซต์โดยไม่เสีย SEO

FAQ

Hreflang ทำให้อันดับดีขึ้นไหม?

ไม่โดยตรง มันช่วยให้ Google แสดงเวอร์ชันภาษาที่ถูกต้องให้ผู้ค้นหาที่ใช่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องและลดการเข้าชมผิดภาษา

ควรใช้ th หรือ th-TH?

ใช้ th หากหน้านั้นเป็นภาษาไทยเฉย ๆ ใช้ th-TH เฉพาะเมื่อคุณมีเวอร์ชันแยกสำหรับภูมิภาคอื่นด้วย และต้องแยกให้ชัด

URL เดียวมีทั้งไทยและอังกฤษได้ไหม?

ควรให้แต่ละภาษามี URL ของตัวเอง Hreflang ชี้ไปที่หนึ่ง URL ต่อหนึ่งเวอร์ชันภาษา

ถ้าแปลแค่บางหน้าต้องทำอย่างไร?

ใส่ hreflang เฉพาะคู่ที่มีอยู่จริง หน้าที่ไม่มีคำแปลไม่ต้องมี hreflang

ถ้าใช้วิดเจ็ตแปลภาษาต้องใช้ hreflang ไหม?

โดยทั่วไปไม่ต้อง วิดเจ็ตที่แปลในเบราว์เซอร์ไม่ได้สร้างหน้าแยกที่ index ได้ จึงไม่มีสิ่งให้เชื่อมโยง

LineWhatsapp