เว็บไซต์โรงแรมหรือแอป: อะไรช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้เข้าพัก?

- เว็บไซต์โรงแรมหรือแอป: อะไรช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้เข้าพัก?
- คำตอบสั้น ๆ
- ทำไมความแตกต่างนี้จึงสำคัญกับธุรกิจโรงแรมมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น?
- เว็บไซต์โรงแรมควรทำอะไรให้ได้ดี?
- แอปโรงแรมควรทำอะไรให้ได้ดี?
- จุดที่เว็บไซต์และแอปทำงานทับซ้อนกัน — และทำไมจึงทำให้เกิดความสับสน
- เปรียบเทียบเว็บไซต์กับแอปแบบชัด ๆ
- แล้วอะไร “ดีกว่า” กันแน่?
- ตัวอย่าง
- จะตัดสินใจอย่างไรว่าโรงแรมของคุณต้องการอะไร?
เว็บไซต์โรงแรมหรือแอป: อะไรช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้เข้าพัก?
เจ้าของโรงแรมบูติกแห่งหนึ่งเคยถามนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยคำถามที่ดูเหมือนง่ายมากว่า “เราควรสร้างแอป หรือแค่มีเว็บไซต์ก็เพียงพอแล้ว?” คำตอบที่ตรงไปตรงมาไม่ได้เป็นเพียง “ควร” หรือ “ไม่ควร” แต่กลับเป็นอีกคำถามหนึ่งว่า “จริง ๆ แล้วคุณต้องการให้ผู้เข้าพักทำอะไร และต้องการให้พวกเขาทำสิ่งนั้นในช่วงไหน?”
การเปลี่ยนมุมมองนี้มีความสำคัญ เพราะการตัดสินใจระหว่างเว็บไซต์โรงแรมกับแอปโรงแรมไม่ได้เป็นการแข่งขันกันระหว่างเทคโนโลยีสองรูปแบบ แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมของผู้เข้าพักในแต่ละช่วงของความสัมพันธ์กับโรงแรม และแต่ละรูปแบบก็เหมาะกับช่วงเวลาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สำหรับธุรกิจโรงแรม การตัดสินใจเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างโรงแรมกับผู้เข้าพักไม่ได้จบลงในธุรกรรมครั้งเดียวเหมือนการซื้อสินค้าทั่วไป แต่เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่การค้นหา การศึกษาข้อมูล การจอง การเตรียมตัวก่อนเดินทาง การเข้าพัก ไปจนถึงการติดตามผลหลังการเข้าพัก เว็บไซต์และแอปไม่ได้แย่งกันทำหน้าที่ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่แต่ละอย่างมีช่วงที่ทำได้ดีที่สุดแตกต่างกัน การเข้าใจว่าแต่ละรูปแบบมีจุดแข็งและข้อจำกัดตรงไหน จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจโรงแรมตัดสินใจลงทุนด้านดิจิทัลได้อย่างคุ้มค่า แทนที่จะใช้งบประมาณไปกับเทรนด์ที่อาจไม่ได้ตอบโจทย์ธุรกิจจริง
คำตอบสั้น ๆ
เว็บไซต์โรงแรมเปรียบเสมือนประตูหน้าบ้านของโรงแรมในโลกดิจิทัล ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ผ่านเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอป โดยมีหน้าที่หลักในการดึงดูดผู้เข้าชมรายใหม่ นำเสนอจุดเด่นของโรงแรม และเปลี่ยนผู้ที่กำลังค้นหาข้อมูลให้กลายเป็นผู้จองห้องพัก เว็บไซต์จึงเหมาะกับช่วงการค้นหาและศึกษาข้อมูล และต้องสามารถทำงานได้ดีสำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักโรงแรมมาก่อน
ส่วนแอปโรงแรมเป็นเครื่องมือเฉพาะที่ผู้เข้าพักต้องดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์ โดยออกแบบมาเพื่อคนที่มีความสัมพันธ์กับโรงแรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่กำลังจะเข้าพัก ผู้เข้าพักปัจจุบัน สมาชิกโปรแกรมสะสมคะแนน หรือแขกที่กลับมาใช้บริการซ้ำ แอปเน้นการสร้างความสัมพันธ์และการใช้งานเชิงลึกมากกว่าการเข้าถึงคนทั่วไป โดยสามารถนำเสนอฟีเจอร์อย่างกุญแจห้องแบบดิจิทัล การส่งคำขอบริการผ่านแอป และสิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิก ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์เมื่อแขกตัดสินใจเลือกโรงแรมแล้ว
พูดง่าย ๆ คือ เว็บไซต์มีหน้าที่ดึงดูดและเปลี่ยนผู้สนใจให้กลายเป็นแขก ส่วนแอปมีหน้าที่รักษาความสัมพันธ์และให้บริการแขกที่ตัดสินใจเลือกโรงแรมแล้วได้ดียิ่งขึ้น การสับสนว่าหน้าที่ใดควรเป็นของเครื่องมือใด คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งบประมาณด้านดิจิทัลของธุรกิจโรงแรมจำนวนไม่น้อยถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
ทำไมความแตกต่างนี้จึงสำคัญกับธุรกิจโรงแรมมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น?
ธุรกิจโรงแรมมีลักษณะเฉพาะหลายอย่างที่ทำให้การตัดสินใจระหว่างเว็บไซต์กับแอปมีความสำคัญมากกว่าธุรกิจบางประเภท
การค้นหาโรงแรมแทบทั้งหมดเริ่มต้นจากช่องทางที่โรงแรมไม่ได้ควบคุม ผู้เข้าพักมักค้นหาโรงแรมผ่าน Google เว็บไซต์รีวิว OTA (Online Travel Agency) เช่น Booking.com หรือ Expedia รวมถึงโซเชียลมีเดีย มากกว่าการเปิด App Store เพื่อค้นหาแอปของโรงแรมโดยตรง ดังนั้น เว็บไซต์ของโรงแรมจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการสร้างความประทับใจแรกและช่วยให้ผู้ใช้เปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ
การดาวน์โหลดแอปถือเป็นขั้นตอนที่สร้างภาระให้กับผู้ใช้ การขอให้คนที่ยังไม่ได้จองห้องพักดาวน์โหลดแอป ทั้งที่เขาอาจกำลังเปรียบเทียบโรงแรมอีกหลายแห่ง เป็นการเพิ่มขั้นตอนที่ไม่จำเป็น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่น่าจะดาวน์โหลดแอปของโรงแรมในช่วงที่กำลังค้นหาข้อมูล ไม่ว่าแอปนั้นจะออกแบบมาดีเพียงใดก็ตาม
แต่เมื่อผู้เข้าพักตัดสินใจจองแล้ว สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป แขกที่จองห้องพักแล้ว โดยเฉพาะคนที่กำลังเข้าพักอยู่ในโรงแรม มีเหตุผลที่ชัดเจนในการใช้งานฟีเจอร์ของแอป เช่น Mobile Check-in, Digital Room Key หรือการส่งคำขอใช้บริการต่าง ๆ เพราะฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเวลานั้น
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจโรงแรมที่วางกลยุทธ์ดิจิทัลได้ดีมักจะเริ่มจากการสร้างเว็บไซต์ที่แข็งแรงก่อน แล้วจึงพิจารณาลงทุนในแอปเป็นลำดับถัดไป โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสัมพันธ์กับแขกที่จองแล้ว กำลังเข้าพัก หรือเป็นสมาชิกที่กลับมาใช้บริการซ้ำ แทนที่จะมองว่าแอปเป็นสิ่งที่จะเข้ามาแทนที่เว็บไซต์ในด้านการค้นหาและการสร้างยอดจอง
เว็บไซต์โรงแรมควรทำอะไรให้ได้ดี?
ดึงดูดและเปลี่ยนผู้เข้าชมรายใหม่ให้เป็นผู้จอง
เว็บไซต์โรงแรมต้องสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ทันทีสำหรับคนที่ไม่เคยรู้จักโรงแรมมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายที่สวยและน่าสนใจ จุดเด่นของโรงแรมที่สื่อสารได้อย่างชัดเจน รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบห้องว่างและจองห้องพักที่ง่ายและไม่ซับซ้อน โดยไม่บังคับให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปหรือสร้างบัญชีก่อน
ติดอันดับการค้นหาและแข่งขันกับ OTA
Technical SEO ที่ดี Structured Data ที่ถูกต้อง รวมถึงหน้าเว็บที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก ล้วนมีความสำคัญ เนื่องจากผู้เข้าพักจำนวนมากค้นหาโรงแรมผ่าน Search Engine เว็บไซต์ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างดีสามารถแข่งขันกับหรือในบางกรณีอาจมีอันดับเหนือกว่า Listing ของ OTA สำหรับคำค้นหาเดียวกันได้ สิ่งนี้มีความสำคัญต่อโรงแรม เพราะการได้รับ Direct Booking โดยตรงสามารถช่วยลดค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายให้กับ OTA ได้
แสดงห้องว่างและราคาแบบเรียลไทม์
เว็บไซต์โรงแรมที่มีประสิทธิภาพควรมี Booking Engine ไม่ว่าจะเป็นระบบที่สร้างขึ้นภายในเว็บไซต์หรือเชื่อมต่อกับ Property Management System (PMS) เพื่อแสดงจำนวนห้องว่างและราคาที่ถูกต้องแบบเรียลไทม์ และควรเปิดให้ผู้เข้าพักสามารถจองห้องโดยตรงผ่านเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องออกไปยังแพลตฟอร์มอื่น
นำเสนอข้อมูลของโรงแรมได้อย่างครบถ้วน
ต่างจากแอปที่ผู้เข้าพักมักเปิดเพื่อทำงานเฉพาะอย่างอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์มักถูกใช้ในช่วงที่ผู้เข้าชมกำลังค้นหาและเปรียบเทียบข้อมูล ดังนั้นจึงควรมีเนื้อหาที่ช่วยเล่าเรื่องราวของโรงแรม เช่น แกลเลอรีรูปภาพ การเปรียบเทียบประเภทห้อง รายละเอียดสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง รวมถึงรีวิวและ Testimonials เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ทำงานบนมือถือได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องดาวน์โหลด
ปัจจุบันการค้นหาโรงแรมและแม้แต่การจองห้องพักจำนวนมากเกิดขึ้นผ่านมือถือ ทำให้เว็บไซต์โรงแรมต้อง Responsive และใช้งานบนมือถือได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยตัวเอง ไม่สามารถใช้เหตุผลว่า “ถ้าอยากใช้งานบนมือถือก็ให้ดาวน์โหลดแอป” ได้ เพราะผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์เป็นครั้งแรกมักไม่ต้องการดาวน์โหลดแอปก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะจองหรือไม่
แอปโรงแรมควรทำอะไรให้ได้ดี?
ทำให้ประสบการณ์ระหว่างเข้าพักสะดวกยิ่งขึ้น
นี่คือจุดที่แอปมีข้อได้เปรียบอย่างชัดเจน เช่น Mobile Check-in และ Check-out, Digital Room Key ที่ช่วยให้แขกสามารถเข้าห้องพักโดยไม่ต้องผ่านเคาน์เตอร์ต้อนรับ รวมถึงการส่งคำขอ Housekeeping หรือ Room Service ผ่านแอป และการแชตกับพนักงานโรงแรมแบบเรียลไทม์ ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยลดขั้นตอนและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงระหว่างการเข้าพัก ซึ่งเป็นสิ่งที่เว็บไซต์ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ในระดับเดียวกัน
เพิ่มการมีส่วนร่วมกับโปรแกรม Loyalty
แอปเหมาะอย่างมากสำหรับโปรแกรม Loyalty โดยสามารถให้แขกตรวจสอบคะแนนสะสม ดูข้อเสนอเฉพาะสมาชิก รับ Push Notification ที่เหมาะกับความสนใจหรือการเข้าพักครั้งถัดไป รวมถึงช่วยให้แขกที่กลับมาใช้บริการซ้ำสามารถจองห้องได้รวดเร็วขึ้นผ่านข้อมูลและการตั้งค่าที่บันทึกไว้
มอบประสบการณ์แบบ Personalization ได้ในระดับที่เว็บไซต์ทำได้ยากกว่า
เนื่องจากผู้ใช้แอปมักมีบัญชีผู้ใช้งานและประวัติการเข้าพักอยู่แล้ว โรงแรมจึงสามารถปรับแต่งประสบการณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น เช่น จดจำประเภทห้องที่แขกชื่นชอบ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับประวัติการเข้าพัก หรือเสนอโปรโมชั่นตามพฤติกรรมการจองที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ทำได้ยากกว่าบนเว็บไซต์ที่ผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แบบไม่ระบุตัวตนและอาจยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ
เข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วระหว่างเข้าพัก
แขกที่กลับมาใช้บริการซ้ำและกำลังเข้าพักอยู่ในโรงแรมสามารถได้รับประโยชน์จากความรวดเร็วของแอป ไม่ว่าจะเป็นการโหลดข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น การเข้าถึงข้อมูลบางส่วนแบบ Offline หรือความสะดวกในการเปิดแอปเพื่อส่งคำขอใช้บริการ โดยไม่ต้องพิมพ์ URL หรือค้นหาเว็บไซต์ทุกครั้ง ข้อได้เปรียบนี้มีความสำคัญอย่างแท้จริงในระหว่างการเข้าพัก แม้จะไม่ได้มีความสำคัญมากนักในช่วงก่อนที่แขกจะตัดสินใจจองโรงแรม
ส่ง Push Notification สำหรับการสื่อสารที่ตรงเวลาและเกี่ยวข้อง
แอปสามารถส่ง Push Notification ได้ เช่น แจ้งเตือนก่อนเดินทาง แจ้งว่ามีบริการ Early Check-in หรือขอให้ผู้เข้าพักรีวิวหลัง Check-out ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้โดยตรงและรวดเร็วกว่าการส่งอีเมลในบางกรณี อย่างไรก็ตาม โรงแรมควรใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างระมัดระวัง เพราะหากส่งข้อความบ่อยเกินไปหรือไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ ก็อาจทำให้แขกปิดการแจ้งเตือนหรือลบแอปออกจากโทรศัพท์ได้
จุดที่เว็บไซต์และแอปทำงานทับซ้อนกัน — และทำไมจึงทำให้เกิดความสับสน
ในทางเทคนิค ทั้งเว็บไซต์และแอปสามารถรองรับการจองห้องพัก แสดงข้อมูลโรงแรม และสนับสนุนโปรแกรม Loyalty ได้ในระดับหนึ่ง การทำงานที่ทับซ้อนกันนี้เองที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมจำนวนมากสับสนว่าจะให้ความสำคัญกับอะไร หรือพยายามสร้างทั้งเว็บไซต์และแอปให้สามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกัน ซึ่งมักลงเอยด้วยการที่ทั้งสองแพลตฟอร์มทำงานได้ในระดับกลาง ๆ แทนที่จะมีแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม
วิธีที่เหมาะสมกว่าในการแก้ปัญหานี้คือการคิดจาก สถานะของผู้เข้าพักในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังใช้งานเครื่องมือนั้น
คนที่กำลังเปรียบเทียบโรงแรมสำหรับทริปที่กำลังจะมาถึง มักใช้เว็บไซต์ โดยอาจเข้ามาจาก Search Engine หรือ OTA และยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกโรงแรม ในขณะที่คนที่กำลังยืนอยู่ในล็อบบี้และต้องการข้ามคิวที่ Front Desk หรือสมาชิก Loyalty ที่กำลังตรวจสอบคะแนนจากที่บ้าน อยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะพวกเขามีความผูกพันและมีเหตุผลมากกว่าในการดาวน์โหลดและใช้งานแอปเฉพาะของโรงแรม
เปรียบเทียบเว็บไซต์กับแอปแบบชัด ๆ
| ปัจจัย | เว็บไซต์โรงแรม | แอปโรงแรม |
| กลุ่มผู้ใช้หลัก | ผู้เข้าพักใหม่และผู้ที่กำลังสนใจ | ผู้เข้าพักปัจจุบัน ผู้เข้าพักซ้ำ หรือสมาชิก Loyalty |
| ความยุ่งยากในการเข้าถึง | ไม่มี — เปิดผ่านเบราว์เซอร์ได้ทันที | ต้องดาวน์โหลด และมักต้องสร้างบัญชี |
| ช่วงที่เหมาะที่สุดใน Guest Journey | การค้นหา การศึกษาข้อมูล และการจอง | ก่อนเข้าพัก ระหว่างเข้าพัก และการสร้าง Loyalty หลังเข้าพัก |
| SEO และการค้นหา | สำคัญอย่างมาก — สามารถแข่งขันใน Search Engine ได้โดยตรง | ไม่สามารถค้นพบผ่าน Search Engine ได้ในลักษณะเดียวกับเว็บไซต์ |
| ระดับ Personalization | จำกัดสำหรับผู้เข้าชมที่ไม่ระบุตัวตน | ทำได้สูงจากข้อมูลบัญชีและประวัติการเข้าพัก |
| การใช้งานระหว่างเข้าพัก | จำกัด ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลและการติดต่อ | สูง เช่น Mobile Key, Service Request และ Messaging |
| ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแล | ปานกลาง | โดยทั่วไปสูงกว่า และต้องดูแล App Store อย่างต่อเนื่อง |
| การอัปเดตและ Compliance | ต่ำกว่า — ควบคุมการอัปเดตเว็บไซต์ได้โดยตรง | สูงกว่า — ต้องรองรับระบบปฏิบัติการและกระบวนการตรวจสอบของ App Store |
แล้วอะไร “ดีกว่า” กันแน่?
หากมองเป็นคำถามแบบเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง นี่อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องนัก แต่หากจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ควรลงทุนก่อน เว็บไซต์ชนะสำหรับธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่อย่างชัดเจน แขกเกือบทุกคนที่โรงแรมจะได้รับในอนาคตมีโอกาสสัมผัสเว็บไซต์ก่อน ไม่ว่าในท้ายที่สุดพวกเขาจะใช้แอปหรือไม่ก็ตาม
เว็บไซต์ที่อ่อนแอแต่มีแอปที่ยอดเยี่ยม อาจทำให้ผู้เข้าพักที่มีศักยภาพจำนวนมากออกจากเว็บไซต์ตั้งแต่แรก เพราะได้รับประสบการณ์แรกที่ไม่ดี ก่อนที่พวกเขาจะมีโอกาสได้เห็นข้อดีของแอปด้วยซ้ำ ในทางกลับกัน เว็บไซต์ที่แข็งแรงแม้ไม่มีแอป ก็ยังสามารถสร้าง Conversion จากการจองได้ดี สามารถสร้างประสบการณ์ก่อนเข้าพักผ่านอีเมล และสามารถบริหารโปรแกรม Loyalty ผ่านเว็บไซต์ได้
แอปจะเริ่มมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อโรงแรมมีฐานผู้เข้าพักซ้ำที่ชัดเจน มีโปรแกรม Loyalty ที่มีผู้ใช้งานจริง และมีปัญหาด้านการให้บริการภายในโรงแรมที่สามารถแก้ไขได้ด้วย Mobile Key หรือระบบ Service Request โรงแรมและเครือโรงแรมขนาดใหญ่มักได้รับประโยชน์จากการลงทุนในแอปมากกว่าโรงแรมบูติกอิสระ เพราะแขกมีแนวโน้มเข้าพักในโรงแรมหลายแห่งภายใต้แบรนด์เดียวกันและมีความสัมพันธ์กับแบรนด์ในระยะยาว
ตัวอย่าง
โรงแรมบูติกอิสระขนาด 20 ห้องแห่งหนึ่งลงทุนอย่างจริงจังกับเว็บไซต์ที่มีดีไซน์สวย โหลดเร็ว ปรับแต่ง SEO มาอย่างดี และมี Direct Booking Engine ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมตัดสินใจอย่างตั้งใจว่าจะยังไม่สร้างแอป เพราะแขกส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าพักครั้งแรกที่ค้นพบโรงแรมผ่าน Search และ Instagram มากกว่าจะเป็นแขกที่กลับมาใช้บริการซ้ำและต้องการแอป Loyalty การตัดสินใจดังกล่าวช่วยให้โรงแรมสามารถนำงบดิจิทัลที่มีอยู่อย่างจำกัดไปลงทุนกับเครื่องมือที่สร้างยอดจองได้จริงมากกว่า
โรงแรมขนาดกลางที่มี 8 สาขาในภูมิภาคหนึ่งสร้างเว็บไซต์ที่แข็งแรงและเน้น Direct Booking ก่อน จากนั้นจึงลงทุนสร้างแอปประมาณ 18 เดือนต่อมา เมื่อมีจำนวนสมาชิก Loyalty มากพอที่จะทำให้การลงทุนมีเหตุผล ฟีเจอร์ Mobile Key และ Service Request ผ่านแอปช่วยปรับปรุงความพึงพอใจของผู้เข้าพักระหว่างการเข้าพัก ขณะที่ฟีเจอร์ Loyalty ช่วยเพิ่มการจองตรงซ้ำ แต่สิ่งสำคัญคือโรงแรมไม่ได้รีบสร้างแอปก่อนที่จะมีเว็บไซต์และโปรแกรม Loyalty ที่พิสูจน์แล้วว่ามีฐานผู้ใช้งานจริง
ในทางกลับกัน เครือโรงแรมระดับนานาชาติขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์จากแอปอย่างมากเนื่องจากมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ สมาชิก Loyalty หลายล้านคนที่เข้าพักในโรงแรมหลายสิบแห่งทั่วโลกทำให้ Mobile Key การติดตามคะแนน Loyalty ระหว่างโรงแรม และคำแนะนำแบบ Personalization มีคุณค่ามากกว่าที่โรงแรมอิสระขนาดเล็กจะสามารถสร้างการใช้งานได้เพียงพอเพื่อคุ้มค่ากับการลงทุน
จะตัดสินใจอย่างไรว่าโรงแรมของคุณต้องการอะไร?
เริ่มจากการประเมินฐานลูกค้าปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา:
- การจองมาจากผู้เข้าพักครั้งแรกเทียบกับผู้เข้าพักซ้ำในสัดส่วนเท่าไร?
- โปรแกรม Loyalty ของโรงแรมมีความแข็งแรงมากแค่ไหน?
- มีปัญหาอะไรระหว่างการเข้าพักที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของแขกจริง ๆ?
- การรอ Check-in นานเป็นปัญหาหรือไม่?
- การส่งคำขอใช้บริการต่าง ๆ ยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือไม่?
- Mobile Key หรือ Service Request ผ่านแอปจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริงหรือไม่?
โรงแรมที่มีผู้เข้าพักครั้งแรกเป็นส่วนใหญ่ มีแขกกลับมาใช้บริการซ้ำน้อย และไม่มีโปรแกรม Loyalty ที่มีขนาดใหญ่ ควรให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่เน้น Conversion ก่อนการพิจารณาสร้างแอป
ในทางกลับกัน โรงแรมที่มีฐานลูกค้าประจำจำนวนมาก มีโปรแกรม Loyalty ที่ใช้งานจริง และมีปัญหาด้านการให้บริการระหว่างเข้าพักที่สามารถแก้ไขได้ด้วย Mobile Key หรือ In-app Service Request จะมีเหตุผลที่แข็งแรงกว่าสำหรับการลงทุนสร้างแอป แต่แม้ในกรณีนั้น แอปก็ควรเป็น การลงทุนลำดับที่สองที่เข้ามาเสริมเว็บไซต์ที่แข็งแรงอยู่แล้ว ไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ามาแทนที่เว็บไซต์
FAQ
โรงแรมขนาดเล็กสามารถไม่มีแอปได้หรือไม่?
ได้ และสำหรับโรงแรมขนาดเล็กส่วนใหญ่ นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมมากกว่าการสร้างแอปโดยไม่จำเป็น หากโรงแรมไม่มีฐานผู้เข้าพักซ้ำหรือสมาชิก Loyalty จำนวนมาก ข้อดีหลักของแอป เช่น Mobile Key, Personalization และ Loyalty Tracking ก็จะมีผู้ใช้งานไม่มากพอที่จะคุ้มค่ากับต้นทุนการพัฒนาและดูแลระบบ ในกรณีนี้ การนำงบประมาณไปลงทุนกับเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและ Booking Engine ที่มีประสิทธิภาพมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
การมีแอปโรงแรมช่วยเพิ่มการมองเห็นบน Search Engine หรือไม่?
ไม่โดยตรง แอปไม่ได้ถูกจัดทำดัชนีโดย Search Engine ในลักษณะเดียวกับเนื้อหาบนเว็บไซต์ ดังนั้นแอปจึงแทบไม่มีผลโดยตรงต่อการที่ผู้เข้าพักจะค้นพบโรงแรมผ่าน Google หรือ Search Engine อื่น ๆ
ประโยชน์ด้าน SEO ของ Digital Presence ส่วนใหญ่มาจากเว็บไซต์ ซึ่งเป็นอีกเหตุผลสำคัญว่าทำไมเว็บไซต์จึงควรได้รับการลงทุนก่อนสำหรับโรงแรมส่วนใหญ่
เว็บไซต์และแอปของโรงแรมควรใช้ Booking Engine เดียวกันหรือไม่?
โดยทั่วไป ควรใช้ระบบเดียวกัน การใช้ Booking Engine เดียวกันและเชื่อมต่อกับ Property Management System (PMS) เดียวกันทั้งบนเว็บไซต์และแอป ช่วยให้ราคา จำนวนห้องว่าง และข้อมูลผู้เข้าพักมีความสอดคล้องกัน และลดความเสี่ยงที่ผู้เข้าพักจะเห็นราคา หรือห้องว่างที่แตกต่างกันระหว่างสองแพลตฟอร์ม
ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของแอปโรงแรมที่เว็บไซต์ไม่สามารถทำได้จริงคืออะไร?
Mobile Key และ Digital Check-in ถือเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของแอป เพราะฟีเจอร์เหล่านี้ต้องอาศัยการเข้าถึงและการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระดับที่เว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าแอป ฟีเจอร์นี้จึงมักเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้โรงแรมตัดสินใจลงทุนสร้างแอป แม้ว่าฟีเจอร์อื่น ๆ หลายอย่างอาจสามารถทำผ่านเว็บไซต์หรืออีเมลได้อย่างเพียงพอ
การสร้างและดูแลแอปโรงแรมมีค่าใช้จ่ายเท่าไรเมื่อเทียบกับเว็บไซต์?
โดยทั่วไป แอปโรงแรมมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดูแลสูงกว่าเว็บไซต์ ทั้งในด้านต้นทุนเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายระยะยาว เนื่องจากต้องพัฒนาสำหรับ iOS และ Android แยกกัน หรือใช้ Cross-platform Framework รวมถึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ App Store และอัปเดตระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รองรับระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ ต้นทุนในการดูแลที่สูงกว่านี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การลงทุนในแอปเหมาะกับโรงแรมที่มีฐานผู้เข้าพักที่มี Engagement สูงและมีจำนวนมากพอที่จะสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มเติมได้อย่างมีนัยสำคัญ

