10 บริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress ชั้นนำในกรุงเทพฯ

- 1. Digital Agency Bangkok (DAB) — บริษัทรับพัฒนาเว็บไซต์ WordPress แบบครบวงจรที่ดีที่สุด
- 2. Ario Marketing — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่เน้นการสร้างแบรนด์
- 3. Outsourcify — เหมาะที่สุดสำหรับการพัฒนา WordPress ระดับองค์กร
- 4. GVN Marketing — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ด้านอีคอมเมิร์ซและการพัฒนาหลายแพลตฟอร์ม
- 5. Pimclick — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่เน้นความสร้างสรรค์และประสบการณ์แบบ Interactive
- 6. Sphere Agency — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์การตลาด
- 8. Upmedio — เหมาะที่สุดสำหรับการพัฒนา WordPress ควบคู่กับการตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
- 9. Gecko Do It — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress พร้อมการตลาดดิจิทัลระดับ Google Partner
- 10. Sixtygram — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่รองรับแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่
- ทำไม DAB จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
10 บริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress ชั้นนำในกรุงเทพฯ
การเลือกพาร์ตเนอร์ด้าน WordPress ที่เหมาะสมมีความสำคัญมากกว่าที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คิด เว็บไซต์ WordPress ที่พัฒนาได้ไม่ดีอาจโหลดช้า มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และดูแลอัปเดตได้ยาก ในขณะที่เว็บไซต์ที่พัฒนาอย่างมีคุณภาพจะกลายเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ด้านล่างนี้คือ 10 บริษัทรับพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ในกรุงเทพฯ ที่ควรอยู่ในรายชื่อพิจารณาสำหรับโปรเจกต์เว็บไซต์ของคุณ โดยเริ่มจากบริษัทที่เราเชื่อว่ามอบบริการได้ครบวงจรที่สุด
1. Digital Agency Bangkok (DAB) — บริษัทรับพัฒนาเว็บไซต์ WordPress แบบครบวงจรที่ดีที่สุด
เว็บไซต์: digitalagencybangkok.com
Digital Agency Bangkok มีประสบการณ์มากกว่า 16 ปี ในการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ที่สวยงาม รวดเร็ว และออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจของลูกค้าโดยเฉพาะ ตามแนวคิดของบริษัทที่ว่า เว็บไซต์ไม่ควรเป็นเพียงการติดตั้งธีมสำเร็จรูปแล้วเปลี่ยนโลโก้เท่านั้น ด้วยผลงานมากกว่า 800 โปรเจกต์ และอัตราความพึงพอใจของลูกค้าถึง 99% DAB จึงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดสำหรับบริการ WordPress ในกรุงเทพฯ
เหตุผลที่ลูกค้าเลือก DAB
- ประสบการณ์ที่สร้างความแตกต่าง
- ด้วยประสบการณ์มากกว่า 16 ปี ในการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ที่ประสบความสำเร็จทั้งในกรุงเทพฯ และต่างประเทศ DAB มีประสบการณ์ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซ โรงแรม ไปจนถึงธุรกิจด้านสุขภาพ
- ออกแบบให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ
- ทุกเว็บไซต์ได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และการเติบโตในอนาคต แทนที่จะใช้ธีมสำเร็จรูปแบบเดียวกับเว็บไซต์ทั่วไป
- สวยงามตั้งแต่กระบวนการออกแบบ
- เว็บไซต์ทุกแห่งถูกออกแบบให้ทันสมัย รองรับทุกอุปกรณ์ และโดดเด่นด้านภาพลักษณ์ โดยทีมออกแบบจะจัดทำ Wireframe และ Mockup แบบกำหนดเองก่อนเริ่มเขียนโค้ดทุกครั้งมากกว่าการออกแบบเว็บไซต์
DAB ไม่ได้ส่งมอบเพียงเว็บไซต์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจบงาน แต่ยังให้บริการด้าน SEO, การดูแลเว็บไซต์ต่อเนื่อง (Maintenance) และการตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าได้รับโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร
ความไว้วางใจจากลูกค้าจริง
ผลงาน WordPress ของ DAB ครอบคลุมแบรนด์ต่าง ๆ เช่น The Deck BKK, Lock&Lock, S-Sawatdee, Nami Thailand, Vitis Thailand และ Thai Health Services โดยลูกค้าหลายรายให้เหตุผลว่าพวกเขาเลือกทำงานกับ DAB ต่อเนื่อง เพราะเว็บไซต์โหลดเร็ว และทีมงานให้การสนับสนุนที่รวดเร็วและตอบสนองได้ดี
กระบวนการทำงาน 5 ขั้นตอนที่ชัดเจน
- Discovery — ศึกษาเป้าหมายทางธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และความต้องการของลูกค้า
- Design — ออกแบบ Wireframe และ Mockup เพื่อกำหนดโครงสร้างและรูปแบบของเว็บไซต์
- Development — พัฒนาเว็บไซต์ด้วยการเขียนโค้ดและปรับแต่งธีมให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ
- Testing & Feedback — ตรวจสอบคุณภาพและรับข้อเสนอแนะก่อนเปิดใช้งานจริง
- Launch & Ongoing Support — เปิดเว็บไซต์ พร้อมอบรมการใช้งาน และให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องหลังส่งมอบ
แพ็กเกจ WordPress ของ DAB
| แพ็กเกจ | เหมาะสำหรับ |
| Basic Website | เว็บไซต์ส่วนตัว หรือเว็บไซต์ธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ธีมมาตรฐาน |
| Custom Website | เว็บไซต์ที่ต้องการดีไซน์เฉพาะ หลายหน้า และฟังก์ชันเฉพาะทาง |
| eCommerce Website (WooCommerce) | ร้านค้าออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมธีมและระบบชำระเงินแบบกำหนดเอง |
| Theme Customization | ปรับแต่งธีม ตั้งแต่การแก้ไขเล็กน้อยไปจนถึงการปรับเปลี่ยนดีไซน์และฟังก์ชันครั้งใหญ่ |
| Plugin Development | พัฒนาปลั๊กอิน ตั้งแต่ส่วนเสริมขนาดเล็กจนถึงปลั๊กอินที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด |
| Monthly Maintenance | บริการอัปเดตเว็บไซต์ สำรองข้อมูล และตรวจสอบความปลอดภัยรายเดือน |
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์ WordPress ที่สร้างอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ทั้งรวดเร็ว ปลอดภัย ออกแบบให้สอดคล้องกับแบรนด์ และมีทีมงานคอยดูแลหลังเปิดใช้งาน DAB ถือเป็นตัวเลือกแรกที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทอยู่ในอันดับหนึ่งของรายการนี้
2. Ario Marketing — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่เน้นการสร้างแบรนด์
Ario Marketing รวบรวมทีมงานด้านกลยุทธ์ ที่ปรึกษา และนักพัฒนาเว็บไซต์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเว็บไซต์ด้วย WordPress และการออกแบบเว็บไซต์แบบกำหนดเอง (Custom Web Design) เพื่อสร้างเว็บไซต์ที่มีความโต้ตอบ (Interactive) ปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ และได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) และการมองเห็นบนเครื่องมือค้นหา (Search Visibility)
จุดเด่น: แนวคิดด้านการออกแบบที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความสวยงาม แต่เน้นการสร้างเว็บไซต์ WordPress ที่ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจ (ROI) และรองรับ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการให้เว็บไซต์ WordPress เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างแท้จริง
3. Outsourcify — เหมาะที่สุดสำหรับการพัฒนา WordPress ระดับองค์กร
Outsourcify เป็นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI (Thailand Board of Investment) มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และมีทีมพัฒนาภายในบริษัทมากกว่า 40 คน ประจำอยู่ที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ งานพัฒนาทั้งหมดดำเนินการโดยทีมงานภายใน ไม่มีการจ้างผู้รับเหมาภายนอก (Outsource) อีกทั้งยังผสานการพัฒนา WordPress เข้ากับการเขียนระบบแบบกำหนดเองด้วยเฟรมเวิร์ก เช่น Symfony และ Vue.js
จุดเด่น: กระบวนการควบคุมคุณภาพภายในที่เข้มงวด และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ระดับสูง เหมาะสำหรับโครงการ WordPress ที่ต้องการฟังก์ชันเฉพาะทางซึ่งซับซ้อนกว่าการใช้งานปลั๊กอินทั่วไป
4. GVN Marketing — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ด้านอีคอมเมิร์ซและการพัฒนาหลายแพลตฟอร์ม
GVN Marketing ให้บริการพัฒนาเว็บไซต์ทั้งฝั่ง Front-end และ Back-end สำหรับลูกค้าในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยสามารถพัฒนาเว็บไซต์บน WordPress, Shopify และ Wix ตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ พร้อมให้บริการด้าน UI/UX และการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร
จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้หลายแพลตฟอร์ม พร้อมความเชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการร้านค้าออนไลน์บน WordPress พร้อมระบบชำระเงินที่ครบถ้วน และประสบการณ์ผู้ใช้งานที่มุ่งเน้นการเพิ่ม Conversion
5. Pimclick — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่เน้นความสร้างสรรค์และประสบการณ์แบบ Interactive
Pimclick ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2005 โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเข้ากับการพัฒนาเว็บไซต์ในฐานะเอเจนซีแบบ Full-stack พร้อมเชี่ยวชาญด้านสื่อ Interactive และการสร้างเว็บไซต์ WordPress ที่มีประสบการณ์การใช้งานโดดเด่นกว่ารูปแบบเว็บไซต์ทั่วไป
จุดเด่น: ประสบการณ์ด้านงานสร้างสรรค์ยาวนานเกือบสองทศวรรษ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการให้เว็บไซต์ WordPress มอบประสบการณ์ที่น่าสนใจและแตกต่าง มากกว่าการเป็นเว็บไซต์แนะนำบริษัทแบบมาตรฐาน
6. Sphere Agency — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์การตลาด
Sphere Agency เลือกให้บริการเฉพาะด้านที่ตนมีความเชี่ยวชาญ แทนการพยายามให้บริการทุกอย่าง โดยพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่วางแผนมาอย่างรอบคอบ สำหรับธุรกิจที่ต้องการมากกว่าแค่การมีเว็บไซต์
จุดเด่น: แนวทางการทำงานที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์ WordPress เชื่อมโยงกับกลยุทธ์การตลาดโดยรวม ไม่ใช่เพียงงานออกแบบเว็บไซต์ที่แยกออกจากกัน
7. Marketings Me — เหมาะสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของกลยุทธ์การตลาด
Marketings Me เป็นเอเจนซีด้านออกแบบเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ ที่มองว่าเว็บไซต์ WordPress ระดับพรีเมียมคือจุดเริ่มต้นของทุกกลยุทธ์การตลาด ไม่ว่าจะเป็น SEO, Social Media Marketing หรือโฆษณาออนไลน์อย่าง Google Ads ทีมงานเชื่อว่าเว็บไซต์ WordPress ที่ออกแบบอย่างมืออาชีพและมีคุณภาพ คือรากฐานสำคัญที่ทำให้แคมเปญการตลาดทั้งหมดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่น: มีแนวคิด Marketing-First โดยผสานกลยุทธ์การตลาดเข้ากับการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้เว็บไซต์ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่ม Conversion และรองรับการเติบโตของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่สร้างเว็บไซต์แล้วค่อยวางแผนการตลาดภายหลัง จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์และกลยุทธ์การเติบโตถูกวางแผนไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ
8. Upmedio — เหมาะที่สุดสำหรับการพัฒนา WordPress ควบคู่กับการตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
Upmedio ผสานบริการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress เข้ากับบริการออกแบบเว็บไซต์ การตลาดดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และ UX/UI ภายใต้ทีมงานเดียวกัน โดยให้บริการแก่ลูกค้าในประเทศไทย สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา
จุดเด่น: แนวทางการทำงานแบบบูรณาการที่วางแผนการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลตั้งแต่วันแรก เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์และแผนการตลาดเติบโตไปพร้อมกันอย่างสอดคล้อง
9. Gecko Do It — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress พร้อมการตลาดดิจิทัลระดับ Google Partner
Gecko Do It สร้างความเชี่ยวชาญโดยมุ่งเน้นการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ควบคู่กับบริการด้านการตลาดดิจิทัลในฐานะ Google Partner มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้บริการดูแลเว็บไซต์แบบรายเดือน (Retainer) เพื่อปรับปรุงและประเมินประสิทธิภาพการทำการตลาดออนไลน์ของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอหลังเปิดใช้งานเว็บไซต์
จุดเด่น: ทีมงานสองภาษา (Bilingual) ที่มีประสบการณ์การทำงานระดับนานาชาติ และได้รับการรับรองในฐานะ Google Partner อย่างเป็นทางการ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์ WordPress พร้อมการสนับสนุนด้านการตลาดดิจิทัลที่สามารถวัดผลได้จริง
10. Sixtygram — เหมาะที่สุดสำหรับเว็บไซต์ WordPress ที่รองรับแคมเปญการตลาดขนาดใหญ่
Sixtygram เป็นเอเจนซีการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร ให้บริการด้าน SEO, SEM, Influencer Marketing, Media Buying & Planning และการผลิตวิดีโอ โดยการพัฒนาเว็บไซต์ WordPress เป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนแคมเปญการตลาดแบบหลายช่องทาง (Multi-channel Marketing)
จุดเด่น: มีศักยภาพด้านการผลิตสื่อวิดีโอและการวางแผนซื้อสื่อโฆษณา เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการให้เว็บไซต์ WordPress เป็นศูนย์กลางในการรองรับแคมเปญโฆษณาและการตลาดขนาดใหญ่ในหลายช่องทาง
ทำไม DAB จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าโปรเจกต์ WordPress ของธุรกิจต้องการอะไรบ้าง DAB ถือเป็นบริษัทที่ควรเริ่มต้นพูดคุยด้วยเป็นอันดับแรก เพราะให้บริการครบวงจรภายใต้ทีมเดียว ทั้งการออกแบบเว็บไซต์ การพัฒนาเว็บไซต์ SEO เว็บโฮสติ้ง และการดูแลเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง โดยมีประสบการณ์มากกว่า 16 ปี พร้อมแสดงแพ็กเกจและราคาบนเว็บไซต์อย่างโปร่งใส
แม้ว่าบริษัทอื่นในรายการนี้จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่โดดเด่นในบางประเภทของโปรเจกต์ แต่สำหรับธุรกิจที่ต้องการทีมงานเพียงทีมเดียวที่สามารถรับผิดชอบเว็บไซต์ WordPress ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน ออกแบบ พัฒนา ไปจนถึงการดูแลรักษาในระยะยาว DAB ยังคงเป็นตัวเลือกที่ครบถ้วนและน่าเชื่อถือที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การพัฒนาเว็บไซต์ WordPress ใช้เวลานานเท่าไร?
เว็บไซต์ WordPress แบบพื้นฐานโดยทั่วไปใช้เวลาพัฒนาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ส่วนเว็บไซต์แบบกำหนดเอง (Custom Website) หรือเว็บไซต์ Ecommerce อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับขอบเขตของงานออกแบบ การพัฒนาฟังก์ชันหรือปลั๊กอิน การเชื่อมต่อระบบภายนอก และการย้ายข้อมูลจากเว็บไซต์เดิม
หลังเปิดเว็บไซต์แล้ว จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดเพื่อดูแลเว็บไซต์หรือไม่?
ไม่จำเป็น WordPress ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป บริษัทที่มีมาตรฐานอย่าง DAB มักมีการอบรมการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถแก้ไขข้อความ รูปภาพ บทความ และเนื้อหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งมีบริการสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับงานที่ซับซ้อนหรือการปรับแต่งเพิ่มเติม
WordPress มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจหรือไม่?
มีความปลอดภัย หากเว็บไซต์ได้รับการพัฒนาและดูแลอย่างถูกต้อง ความปลอดภัยของ WordPress ขึ้นอยู่กับการอัปเดตระบบและปลั๊กอินอย่างสม่ำเสมอ การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม การสำรองข้อมูล และการตรวจสอบเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจจำนวนมากจึงเลือกใช้บริการดูแลเว็บไซต์รายเดือน ซึ่งโดยทั่วไปในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500–15,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้เว็บไซต์มีความปลอดภัย เสถียร และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ









