Shopee, Lazada หรือเว็บตัวเอง? กลยุทธ์ eCommerce แบบไหนธุรกิจใช้

ถ้าคุณขายบน Shopee หรือ Lazada อยู่แล้ว มีคนบอกให้ “สร้างเว็บเลย” ให้ถามกลับว่าเว็บจะแก้ปัญหาข้อไหน

มาร์เก็ตเพลสให้ทราฟฟิก หน้าชำระเงิน และผู้ซื้อที่ไว้ใจแอปอยู่แล้ว ร้านของตัวเองให้มาร์จิน ข้อมูลลูกค้า และแบรนด์ที่ไม่หายไปเมื่ออัลกอริทึมเปลี่ยน คนละสินค้า การซื้อทั้งสองอย่างโดยคิดว่าเป็นอย่างเดียวกัน คือวิธีที่แบรนด์ไทยลงทุนเร็วเกิน หรือติดกับดักค่าแพลตฟอร์ม 15–20% ไปตลอดชีวิต

บทความนี้ไม่ใช่ “ทำไมต้องมีเว็บ” แบบสั้นๆ และไม่ใช่ ธุรกิจแบบไหนควรมีเว็บ eCommerce แต่เป็นคำถามที่คนขายของในไทยเจอจริงปี 2026: อยู่บนมาร์เก็ตเพลสอย่างเดียว พอหรือยัง ควรเพิ่มร้านตัวเอง หรือต้องทำทั้งสองอย่าง

คำตอบสั้นๆ: อยู่บน Shopee/Lazada ตอนยังเทสสินค้าและปริมาณ ออเดอร์อยู่ เพิ่มร้านตัวเองเมื่อค่าธรรมเนียม โฆษณา และโปรแกรมส่วนลดกินมาร์จิน เมื่อต้องการข้อมูลลูกค้าที่วันนี้คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ หรือเมื่อแบรนด์กับ Google สำคัญ แบรนด์ไทยที่จริงจังส่วนใหญ่จบที่ ทำทั้งคู่ ไม่ใช่เลือกข้างแบบศาสนา

แต่ละช่องทางไว้ทำอะไรShopee Lazada Logos

Shopee / Lazada คือชั้นวางเช่าในห้างของคนอื่น ห้างพาคนเดินผ่าน คุณจ่ายค่าชั้น (คอมมิชชัน ค่าธุรกรรม โปรแกรมส่งฟรีและคูปอง) แล้วเล่นตามกติกาห้าง: แรงกิ้ง แชท SLA คืนสินค้า ปฏิทินแฟลชเซล

website ecommerce

เว็บ eCommerce ของคุณ คือร้านที่คุณคุม เช็กเอาต์ แบรนด์ ราคา สมาชิก และ SEO เป็นของคุณ ไม่มีใครเดินผ่านประตูถ้าคุณไม่พาเขามาด้วย Google โฆษณา LINE อีเมล หรือโซเชียล งบสร้างตามที่เราประกาศ 39,500–150,000 บาท สำหรับร้านไทยที่ใช้งานได้จริง (รับทำเว็บ eCommerce, ค่าทำเว็บไซต์ในไทยปี 2026) การเลือก Shopify กับ WooCommerce เป็นคนละบทความ

TikTok Shop เป็นห้างที่สาม มีกองค่าธรรมเนียมของตัวเอง หลักการเดียวกับ Shopee/Lazada: ดีสำหรับค้นพบสินค้า แพงถ้าเป็นจุดเช็กเอาต์เดียวไปตลอดกาล

เรื่องค่าธรรมเนียม (ไม่ปั้นตัวเลขปลอม)

ค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสเปลี่ยนบ่อย หมวดสินค้า Mall กับร้านทั่วไป โปรแกรมส่งฟรี คอยน์/คูปอง และโฆษณา กองซ้อนกันได้ สื่อธุรกิจไทยปี 2026 รายงานว่าค่าบริการ Shopee ขยับขึ้นไปช่วงกลางถึงสูงของเลขสองหลัก (บางหมวดรายงานใกล้ 19% รวม VAT) และ Lazada ปรับค่าบริการมาร์เก็ตเพลสตามหมวด (บางหมวด Mall รายงานสูงถึง 17.5% ก่อน VAT) ร้านที่เข้าโปรแกรมส่งฟรีและคูปองแคมเปญ มักเล่าว่า ต้นทุนรวมราว 20% ของราคาขาย ยังไม่นับโฆษณา

ให้ถือเป็น ภาพคร่าวๆ ไม่ใช่ใบแจ้งหนี้ของคุณ เปิด Seller Centre วันนี้ แล้วอ่านเรทการ์ดของหมวดคุณ จากนั้นบวก:

  • ค่าธรรมเนียมชำระเงิน / ธุรกรรม
  • ค่าโปรแกรมส่งฟรีหรือแคมเปญที่ “ต้องเข้า” เพื่อให้ร้านยังโผล่
  • Shopee Ads / Lazada Sponsored
  • คืนสินค้าและโลจิสติกส์ขากลับ
  • เวลาพนักงานตอบแชท

ร้านของตัวเองไม่ฟรี คุณจ่ายค่าสร้าง + โฮสติ้ง/ดูแล + ค่าเกตเวย์ แต่ ไม่ จ่ายห้างตัดยอดทุกออเดอร์ คณิตศาสตร์นี้เริ่มสำคัญหลังมี GMV จริง ไม่ใช่ก่อนออเดอร์ร้อยแรก

เมื่อไหร่มาร์เก็ตเพลสอย่างเดียวคือคำตอบถูก

อยู่บน Shopee/Lazada อย่างเดียว (หรือเกือบอย่างเดียว) ถ้า:

  • ยังเทสว่า SKU ไหนขายได้
  • ลูกค้าส่วนใหญ่เจอคุณในแอป ไม่ใช่จากชื่อแบรนด์
  • ยังไม่มีคนดูแลอัปเดตเว็บ แพ็คของ และบริการลูกค้าสำหรับช่องทางที่สอง
  • มาร์จินยังรอดจากกองค่าธรรมเนียม + โฆษณาปัจจุบัน
  • ต้องการความเร็วมากกว่าการคุมแบรนด์

ช่วงนี้เงินมักคืนดีกว่าบนลิสติ้ง รูป แชทเร็ว และโฆษณา มากกว่าการสร้างเว็บใหม่ ถ้าร้านมาร์เก็ตเพลสเละ ให้แก้ร้านก่อน งานนั้นอยู่ที่ ดูแลร้าน Shopee และ Lazada

เมื่อไหร่ควรมีร้านของตัวเอง

เพิ่มเว็บเมื่อเข้าข้อใดข้อหนึ่ง:

  1. ค่าธรรมเนียมกลายเป็นธุรกิจ ถ้า 15–20%+ ของทุกออเดอร์ถูกจองก่อนยิงแอด ช่องทางที่เหลือแค่ค่าเกตเวย์เริ่มสมเหตุสมผล
  2. คุณไม่ได้เป็นเจ้าของลูกค้า ผู้ซื้อบนมาร์เก็ตเพลสส่งอีเมลยาก ดึงเข้า LINE OA ยาก และรีมาร์เก็ตตามเงื่อนไขคุณยาก เช็กเอาต์บนเว็บตัวเองเก็บความยินยอมและข้อมูลที่ใช้ต่อได้
  3. แบรนด์สำคัญ แพ็กเกจ เรื่องราว ราคา B2B สมาชิก หรือลุคที่ไม่ใช่เทมเพลต Shopee มาร์เก็ตเพลสทำเรื่องพวกนี้ไม่เก่งโดยดีไซน์
  4. Google หรือคอนเทนต์อยู่ในแผน การติดอันดับคีย์เวิร์ดไทยเชิงพาณิชย์ต้องมีเว็บจริง SEO บนมาร์เก็ตเพลสส่วนใหญ่คือแรงกิ้งในห้าง
  5. เบื่อกติกาที่เปลี่ยน นโยบายรอบเดียวพังงานแอดทั้งอาทิตย์ การกระจายจุดเช็กเอาต์คือบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ตามแฟชั่น
  6. ขายส่ง / ส่งออก / เช็กเอาต์พิเศษ ราคาขั้น เงินมัดจำ หรือเวิร์กโฟลว์ที่ Seller Centre ไม่รองรับ อาจเป็น eCommerce หรือ เว็บแอปฯ

แบรนด์เล็กเริ่มบนมาร์เก็ตเพลสแล้วค่อยมีเว็บทีหลังได้ ไม่ผิด กับดักคือรอจนค่าธรรมเนียมสอนลูกค้าให้ซื้อเฉพาะตอนมีส่วนลด 50%

ทำไม “ทำทั้งคู่” ถึงเป็นคำตอบผู้ใหญ่

แบรนด์ไทยที่พ้นระยะงานอดิเรก ส่วนใหญ่ชนะด้วยโครงนี้:

  • มาร์เก็ตเพลส = หาลูกค้าใหม่และปริมาณออเดอร์เร็ว
  • ร้านตัวเอง = ลูกค้าซ้ำมาร์จินสูง แบรนด์ SEO อีเมล/LINE และโฆษณาที่ลงบน URL ที่คุณคุม

แคตตาล็อกเดียวกัน คนละงาน ซิงก์สต็อกไม่งั้นขายเกิน เรื่องราคา: ขายถูกกว่าบน Shopee เพื่อสู้ในห้าง แล้วรักษามาร์จินบนเว็บ เป็นเรื่องปกติ การบังคับว่าราคาต้องเท่ากันทุกช่องทางมักทำให้การเงินกับมาร์เก็ตติ้งทะเลาะกัน

อย่าปิด Shopee สัปดาห์ที่เว็บเปิด ทราฟฟิกไม่ย้ายเอง รันคู่กันจนกว่าเว็บจะมีดีมานด์ของตัวเอง (SEO รีมาร์เก็ตติ้ง LINE คอนเทนต์) ค่อยตัดสินใจว่าจะดันช่องทางไหนหนักแค่ไหน

เทียบต้นทุนแบบตรงๆ

Shopee / Lazada ร้านตัวเอง (ช่วงราคา DAB)
เริ่มต้น เซ็ตอัพต่ำ; ลิสติ้ง + แอด สร้างร้าน 39,500–150,000 บาท ตาม SKU การชำระเงิน ขนส่ง
ต่อออเดอร์ คอมมิชชัน + โปรแกรม + มักมีแอด (เช็ก Seller Centre; รวมบ่อยๆ เลขสองหลักถึงราว 20%+) ค่าเกตเวย์; ไม่มีคอมมิชชันห้าง
ทราฟฟิก แพลตฟอร์มพาคนมา คุณพาคนมา (SEO แอด โซเชียล LINE)
ข้อมูลลูกค้า จำกัด / ถูกแพลตฟอร์มกั้น เป็นของคุณ (ถ้ารวบรวมถูกวิธี)
แบรนด์ / UX ห้างเทมเพลต ดีไซน์คุณ PromptPay สมาชิก คอนเทนต์
ต่อเนื่อง แอด + ปฏิบัติการ + แชท โฮสติ้ง อัปเดต ความปลอดภัย (ค่าธรรมเนียมรายปี) + SEO ถ้าต้องการ

ร้าน 39,500 บาทที่ไม่มีคนเข้า แพงกว่าร้าน Shopee ที่สุขภาพดี แบรนด์ GMV หลักแสนที่จ่ายราว 20% ตลอดกาลโดยไม่มีลิสต์ลูกค้าเอง ก็แพงเช่นกัน ใบสร้างร้านเป็นแค่ครึ่งเรื่อง

ตัดสินใจใน 20 นาที

  1. เดือนที่แล้วเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย หลังค่ามาร์เก็ตเพลส โปรแกรม และแอด? ถ้าไม่รู้ เปิด Seller Centre ก่อนนัดคุยทำเว็บ
  2. ลูกค้าใหม่เจอคุณจากไหน? ในแอปอย่างเดียว → มาร์เก็ตเพลสก่อน ค้นหาแบรนด์ / LINE / Google → เว็บคุ้มค่าขึ้น
  3. ต้องการข้อมูลและเครื่องมือลูกค้าซ้ำที่คุณคุมไหม? ต้องการ → ร้านตัวเอง
  4. รันสองช่องทางโดยไม่ขายเกินสต็อกได้ไหม? ไม่ได้ → จัดออเปอเรชันหรือหาคนช่วยก่อนเปิดเช็กเอาต์ที่สอง
  5. นี่โบรชัวร์ยัดตะกร้า หรือแคตตาล็อกจริง? แคตตาล็อกจริง → งบในเรท eCommerce ไม่ใช่เว็บ 14,900 บาท

ระยะเวลา eCommerce โดยทั่วไปยังราว 6–12 สัปดาห์ เมื่อมีข้อมูลสินค้า (ระยะเวลาพัฒนาเว็บ) Shopify กับ WooCommerce เป็นบทตัดสินใจอีกชิ้น ถ้าคุณลงชิ้นนั้นก่อน

ทำอะไรต่อ

  • ร้านมาร์เก็ตเพลสเละ: เริ่มที่ ดูแลร้าน Shopee และ Lazada
  • พร้อมมีเช็กเอาต์เอง: รับทำเว็บ eCommerce หรือ แพ็กเกจ
  • ยังไม่รู้ว่าอยู่เรทไหน: คุย 20 นาที บอก GMV รายเดือน ค่าธรรมเนียมเป็น % จำนวน SKU และว่าต้องไทย+อังกฤษไหม

โทร 098-7655-243 หรือ 098-7655-701 อีเมล [email protected] หรือส่งแบบฟอร์ม ขอบริการมาร์เก็ตเพลส ร้านตัวเอง หรือทั้งคู่ แล้วบอกว่ากำลังแก้ปัญหาข้อไหน

คำถามที่พบบ่อย

เว็บเปิดแล้วควรปิด Shopee ไหม?

ไม่ควร เก็บห้างไว้สำหรับปริมาณ ขณะที่เว็บสร้างดีมานด์เอง การปิดมาร์เก็ตเพลสวันแรกมักฆ่าเซลส์โดยยังไม่มีตัวแทน

ร้านตัวเองถูกกว่า Shopee เสมอไหม?

ไม่เสมอ ถูกกว่า ต่อออเดอร์ หลังค่าเกตเวย์ เมื่อคุณมีทราฟฟิกแล้ว จนกว่าจะมีทราฟฟิก มาร์เก็ตเพลสอาจถูกกว่าเพราะห้างพาคนมา ให้นับทั้งค่าสร้างและมาร์เก็ตติ้ง ไม่ใช่แค่คอมมิชชัน

ราคาบน Shopee กับบนเว็บต้องเท่ากันไหม?

เท่ากันได้ แบรนด์จำนวนมากไม่เท่า ราคามาร์เก็ตเพลสมักเผื่อค่าธรรมเนียมและคูปอง ราคาบนเว็บรักษามาร์จินและสิทธิ์สมาชิกได้ แค่ไม่ทำให้ทีมการเงินงงเอง

ต้องใช้ Shopify หรือ WooCommerce สำหรับเรื่องนี้ไหม?

ต้องมีร้านจริงที่รับชำระเงินไทยได้ ว่าแพลตฟอร์มไหนเป็นคนละคำถาม ดูคู่มือ Shopify กับ WooCommerce ของเราเมื่อลงแล้ว หรือถามเราว่าเข้ากับแคตตาล็อกคุณอันไหน

ขายแค่ LINE กับ Instagram ต้องมีทั้ง Shopee และเว็บไหม?

อาจไม่ต้องทั้งคู่ตอนแรก ถ้าปิดการขายในแชทได้ผล ทำต่อ เพิ่มมาร์เก็ตเพลสเมื่ออยากได้รีช หรือเพิ่มเว็บเมื่อต้องการเช็กเอาต์ สต็อก และ SEO จริงจัง ความวุ่นวายในแชทไม่ใช่กลยุทธ์ช่องทาง

Line Whatsapp