เครื่องมือค้นหา (Search Engines) แตกต่างกันอย่างไร?

Search Engine คืออะไร
หมายถึง โปรแกรมค้นหา ที่ถูกออกแบบมาเป็นเครื่องมือใช้งานในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ โดยโปรแกรมส่วนมากที่ใช้เป็นโปรแกรมสำหรับการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ ซึ่งจะแสดงผลเป็นเว็บไซต์ รูปภาพ หรือวิดีโอ ตาม Keyword หรือคำค้นหาของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ จะจัดอันดับผลลัพธ์ตามความเกี่ยวข้อง โดยใช้ปัจจัยหลายอย่าง เช่น คำที่ใช้ในเนื้อหา คุณภาพของเว็บไซต์ และความนิยมของลิงก์ ดังนั้น องค์กรที่เน้นการตลาดผ่านเว็บไซต์จึงต้องศึกษาเทคนิคการสร้างคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับการทำงานของอัลกอริทึม เช่น การทำ SEO เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้ Search Engine ค้นพบคอนเทนต์ของพวกเขาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่ม Website Traffic และ Conversion ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแตกต่างหลักระหว่าง Search Engines
Search Engines |
ความนิยม |
จุดเด่น |
ข้อดี |
ข้อเสีย |
|
สูงที่สุด |
อัลกอริทึ่มที่ชาญฉลาด |
ผลลัพธ์แม่นยำ, อินเด็กซ์ข้อมูลทั่วโลก |
ข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำไปใช้ในโฆษณา |
Bing |
ปานกลาง |
การแสดงผลที่สวยงาม |
มีโปรแกรมสะสมแต้ม, ผลลัพธ์ภาพคมชัด |
ความแม่นยำของผลลัพธ์อาจน้อยกว่า Google |
Yahoo |
ลดลงเรื่อยๆ |
เน้นเนื้อหาข่าวและสาระ |
ใช้งานง่าย, รวมไดเรกทอรีข่าวและบริการอื่น |
ระบบค้นหาไม่ทันสมัยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง |
Baidu | สูงในจีน | เหมาะสำหรับผู้ใช้ในจีน | ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมในประเทศจีน |
ไม่รองรับการค้นหาภายนอกจีนได้ดี |
ประโยชน์ของ Search Engines
Search Engines มีประโยชน์อย่างมากในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และให้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหา
- ค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว: ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลหรือคำตอบที่ต้องการได้ทันทีผ่านการป้อนคำค้นหา
- เข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก: Search Engines ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากทั่วโลก ครอบคลุมทุกเรื่องที่สนใจ
- เพิ่มการมองเห็นของธุรกิจ: ธุรกิจสามารถใช้ Search Engines เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ผ่านการทำ SEO หรือโฆษณาออนไลน์
- ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเชื่อถือได้: ระบบอัลกอริทึมของ Search Engines จะจัดอันดับผลลัพธ์ตามความเกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือ
- ประหยัดเวลา: ช่วยลดเวลาในการค้นหาข้อมูลโดยไม่ต้องไปเยี่ยมชมหลายเว็บไซต์ด้วยตัวเอง
- การค้นหาแบบเฉพาะเจาะจง: สามารถค้นหาได้ทั้งรูปภาพ วิดีโอ แผนที่ ข่าวสาร และอื่นๆ ตามประเภทข้อมูลที่ต้องการ
ประเภทของ Search Engines
Search Engine สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ โดยมีความแตกต่างกันที่หลักการทำงาน ดังนี้
- Crawler Based Search Engine: เครื่องมือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตประเภทนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดในการใช้งาน โดยมีหลักการทำงานในการบันทึกและจัดเก็บข้อมูล สามารถให้ผลลัพธ์การค้นหาที่แม่นยำสูง และประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีคือมีข้อมูลที่อัปเดตอยู่ตลอดเวลา แต่นั่นก็เป็นหนึ่งในข้อเสียเช่นกันเพราะบางครั้งบางข้อมูลอาจไม่ได้มีคุณภาพมากพอ ตัวอย่างคือ Google, Bing, Yahoo
- Web Directory: สารบัญเว็บไซต์สำหรับการสืบค้นข้อมูลข่าวสาร โดยมีการจัดระเบียบและแบ่งข้อมูลต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่
- Meta Search Engine: ระบบที่ใช้หลักคือ Meta Tag ในภาษา HTML เช่น ชื่อผู้พัฒนา, คำค้นหา, เจ้าของเว็บ, บล็อก หรือคำอธิบายโดยย่อ เป็น Search Engine ที่ไม่เก็บข้อมูลเอง แต่จะดึงข้อมูลจากหลายๆ Search Engine มาแสดงผลพร้อมกัน โดยมีข้อดีคือ ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่หลากหลายและครอบคลุมจากหลายแหล่งในครั้งเดียว
โดย Search Engines ที่คนนิยมใช้หลักๆเลยก็คือ Google เพราะว่ามีข้อมูลครอบคลุมทั่วทั้งโลก มีข้อมูลที่ครบครัน และสามารถใช้งานได้ทุกแห่งบนโลก อีกทั้งยังมีบริการเสริมต่างๆ เช่น Google Map, Google Image และ Google Shopping เป็นต้น อีกทั้งเนื้อหายังมีความน่าเชื่อถือและทันสมัยไม่ล้าหลัง โดยส่วนแบ่งการตลาดของ Google มีมากกว่า 90%
แต่เราจะมาพูดถึง Search Engines อื่นๆด้วย เช่น Bing, Yahoo และ Baidu เพื่อมาหาถึงข้อแตกต่างในการใช้งานของแต่ละอัน
Bing เป็น Search Engines ตัวใหม่ของ Microsoft เรียกได้ว่าเปิดตัวมาเพื่อท้าชนกับ google มีความโดดเด่น และมีความพิเศษด้วย Gimmick ต่างๆ จุดเด่นของ Bing ที่แตกต่างจากกูเกิล คือ เวลาที่ค้นหาสถานที่ต่างๆ ในลิงก์แรก จะเห็นเบอร์โทรติดต่อแสดงขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าไปในเว็บนั้นๆ และจุดเด่นของ Bing ก็คือ มีภาพกราฟิกสวยงามในหน้าแรก และมักจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจาก Google ในบางคำค้นหา โดยส่วนแบ่งทางการตลาดของ Bing จะอยู่ที่ประมาณ 2-3%

Yahoo เป็น Search Engines เจ้าใหญ่ที่ครั้งหนึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่มาลดลงในช่วงหลังเนื่องจาก google เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป จนเหลือเพียงแค่ 1.11% แต่จุดเด่นของ Yahoo ก็คือ การรวมบริการข่าวสาร อีเมล และฟีเจอร์มากมายเข้าด้วยกันในหน้าเดียว อีกทั้งยังมีบริการเสริมที่เน้นไปที่เนื้อหาข่าวและการเงินเป็นหลัก เช่น Yahoo Finance และ Yahoo New!

Baidu เป็น Search Engines อันดับ 1 ของประเทศจีน ชาวจีนนิยมใช้ไป่ตู้ในการค้นหาข้อมูล ซึ่งหลักการทำงานก็มีความคล้ายคลึงกับการใช้งาน google มีฟีเจอร์ไว้คอยอำนวยความสะดวกมากมาย ปัจจุบันไป่ตู้เข้ามาขยายกิจการในประเทศไทยโดยเน้นไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่น แต่ข้อเสียใหญ่ๆเลยก็คือคำค้นหาและผลลัพธ์ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีนเกือบทั้งหมด ทำให้คนต่างชาติที่ไม่ใช่คนจีน เข้าถึง Baidu ได้ยาก
ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเตอร์เป็นจำนวนมากทั่วทั้งโลก จึงทำให้ Search Engines เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจบนโลกออนไลน์ และมีความสำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิต เนื่องจากมีความสะดวกสบายในการใช้งานและเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการค้นหารูปภาพ เพลง วีดีโอ การแปลภาษา หรือการพยากรณ์อากาศ รวมทั้งเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้เพิ่มยอดขาย และกำไรให้กับุรกิจการขายสินค้าออนไลน์อีกด้วย
Meta Search Engine คืออะไร
Meta Search Engine คือเครื่องมือที่ไม่ได้ค้นหาข้อมูลโดยตรงจากเว็บไซต์ต่าง ๆ แต่จะดึงผลลัพธ์มาจากหลาย Search Engine เช่น Google, Bing หรือ Yahoo มาประมวลผลรวมในหน้าผลลัพธ์เดียว เช่นเครื่องมืออย่าง Dogpile หรือ Startpage เป็นตัวอย่างที่ดีของ Meta Search Engine
Search Engine มีกี่ประเภท
เครื่องมือค้นหาสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก:
- Crawler-based Search Engine: ใช้ bot ในการรวบรวมข้อมูล เช่น Google, Bing
- Human-powered Directories: ใช้คนจัดหมวดหมู่เว็บไซต์ เช่น DMOZ (เลิกใช้แล้ว)
- Meta Search Engines: อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้า
เครื่องมือค้นหาที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ในยุคปัจจุบัน มีเครื่องมือค้นหาหลายตัวที่เน้นความเป็นส่วนตัว เช่น:
- DuckDuckGo: ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้
- Startpage: ดึงผลจาก Google แต่ไม่ติดตามผู้ใช้
- Qwant: จากฝรั่งเศส เน้นความเป็นส่วนตัวสูง
นอกจากเครื่องมือเหล่านี้แล้วมีอะไรอีก?
แม้ Google จะครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด แต่ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ เช่น Bing, Yahoo, Baidu หรือ DuckDuckGo ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น การเน้นความเป็นส่วนตัว การให้ผลการค้นหาที่แตกต่าง หรือการเข้าถึงข้อมูลจากประเทศและภูมิภาคเฉพาะ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เครื่องมือค้นหาที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้
นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ ที่ผู้ใช้ในปัจจุบันนิยมใช้เพื่อค้นหาข้อมูล รีวิว หรือเนื้อหาจากเพื่อนและแบรนด์ต่าง ๆ โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียและ AI ซึ่งช่วยให้การค้นหาข้อมูลมีความสะดวก รวดเร็ว และตรงประเด็นมากขึ้น เช่น
Social Media Search
Social Media Search เป็นอีกรูปแบบของเครื่องมือค้นหาที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้า บริการและความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ การทำ Facebook Marketing หรือ TikTok Marketing จึงช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด เพิ่มการมองเห็นสินค้าและบริการ สร้าง Engagement และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง:
- ค้นหารีวิวสินค้า หรือความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง
- ตรวจสอบโพสต์หรือกิจกรรมของแบรนด์
- ติดตามเนื้อหาที่เป็นเทรนด์หรือไวรัลในกลุ่มเป้าหมาย
AI-Powered Search
เป็นการค้นหาที่ใช้ AI เช่น ChatGPT, Bard, Claude ในการให้คำตอบแบบตรงประเด็น หรือสรุปข้อมูลเชิงลึก โดยไม่จำเป็นต้องค้นหาหลายเว็บทีละลิงก์ ยิ่งในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มใช้ AI เป็นตัวช่วยค้นหาสินค้าและบริการ หากธุรกิจของคุณปรากฏหรือได้รับการแนะนำโดย AI จะเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปรับเนื้อหาและข้อมูลให้ AI แนะนำธุรกิจของคุณหรือสามารถดึงข้อมูลของคุณไปใช้อ้างอิงได้เป็นสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ
Internal / Site Search
คือฟังก์ชันค้นหาภายในเว็บไซต์ที่ช่วยให้ผู้ใช้หาเนื้อหาหรือสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว การค้นหาภายในเว็บไซต์ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญได้ทันที เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ลดอัตราการออกจากเว็บ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ การมีระบบค้นหาที่มีประสิทธิภาพจึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้พบสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่ต้องการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่ม Conversion ให้กับธุรกิจอย่างชัดเจน เช่น ค้นหาสินค้าเฉพาะรุ่นหรือแบรนด์ในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ค้นหาบ้านหรือคอนโดตามทำเล ราคา หรือขนาดในเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ หรือค้นหาข้อมูลบริการ หรือบทความที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้ใช้งาน เป็นต้น
ตัวอย่างการค้นหาภายในเว็บไซต์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: เครื่องมือค้นหาคืออะไร?
A1: เครื่องมือค้นหาเป็นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้คำค้นหาหรือ “Keywords” เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น เว็บเพจ รูปภาพ วิดีโอ ข่าว หรือสินค้า
Q2: เครื่องมือค้นหายอดนิยมมีอะไรบ้าง?
A2:
- Google – ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด เน้นความเร็วและความแม่นยำ
- Bing – ของ Microsoft มีระบบรางวัลและอินเทอร์เฟซที่ต่างจาก Google
- Yahoo – ใช้สำหรับค้นหาเว็บ ข่าว และอีเมล
- Baidu – ยอดนิยมในประเทศจีน
- DuckDuckGo – เน้นความเป็นส่วนตัว ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้
Q3: ทำไมผู้ใช้ต้องเลือกใช้เครื่องมือค้นหาหลายแบบ?
A3: ผู้ใช้บางคนอาจต้องการผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง, ความเป็นส่วนตัว, หรือเนื้อหาที่เข้าถึงได้เฉพาะในบางพื้นที่ ทำให้เลือกเครื่องมือค้นหาที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้น ๆ
Q4: เครื่องมือค้นหาแตกต่างจาก Social Media อย่างไร?
A4: เครื่องมือค้นหาเน้นการค้นหา ข้อมูลจากเว็บไซต์และแหล่งข้อมูลทั่วโลก ในขณะที่ Social Media เน้นการค้นหา โพสต์, รีวิว, และเนื้อหาจากเพื่อนหรือแบรนด์
Q5: เครื่องมือค้นหาช่วยธุรกิจอย่างไร?
A5:
- เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่ ๆ ผ่านผลการค้นหา
- ช่วยให้เว็บไซต์หรือสินค้าโดดเด่นด้วย SEO (Search Engine Optimization)
- ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูล บริการ หรือโปรโมชั่นได้สะดวก
Q6: ปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับค้นหาดีมีอะไรบ้าง?
A6:
- เนื้อหาที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
- การปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย
- การใช้ Keywords ที่ตรงกับการค้นหา
- ความเร็วในการโหลดและประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience)
Q7: ควรใช้เครื่องมือค้นหาแบบไหนสำหรับข้อมูลเฉพาะทาง?
A7: ถ้าต้องการข้อมูลเฉพาะทาง เช่น วิชาการ, กฎหมาย, การวิจัย สามารถใช้เครื่องมือค้นหาเช่น Google Scholar, Microsoft Academic, ResearchGate หรือฐานข้อมูลเฉพาะสาขา