ลงโฆษณาบน Google แบบ GDN คืออะไร? ยังได้ผลอยู่ไหมในปี 2025

 

นอกจากโฆษณา Google Ads ธรรมดาและ Google Shopping Ads ที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้กว้างและสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ Google Display Network (GDN) หลายคนอาจสงสัยว่า GDN จริง ๆ แล้วคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร โฆษณาจะไปโผล่ที่ไหนบ้าง และรูปแบบเป็นแบบไหน มาดูคำตอบในบทความนี้กันเลย!

GDN คืออะไร?

Google Display Network (GDN) คือเครือข่ายเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับ Google ครอบคลุมมากกว่า 2 ล้านเว็บไซต์และแอปทั่วโลก เข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 90% ของผู้ใช้งานทั้งหมด โดยจุดเด่นของการทำโฆษณา Google แบบ GDN คือช่วยให้แบรนด์ของคุณ “ตามไปปรากฏ” ในเว็บไซต์พาร์ทเนอร์เหล่านี้ของ Google ได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นภาพแบนเนอร์ วิดิโอหรือโฆษณาในยูทูป ทำให้คุณสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ในหลายพื้นที่

 

หลักการทำงานของ GDN

  1. เลือกกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) 
    • เลือกตาม Demographic (อายุ เพศ สถานที่ รายได้)
    • เลือกตาม Interest (ความสนใจ พฤติกรรมการค้นหา)
    • เลือกตาม Contextual targeting (คีย์เวิร์ดและหัวข้อของเว็บที่โฆษณาไปแสดง)
    • Remarketing ติดตามคนที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือใช้บริการมาก่อน 
  2. เลือกรูปแบบโฆษณา (Ad Format)
    • ภาพนิ่ง, วิดีโอ, Rich Media หรือโฆษณาแบบ Responsive 
  3. เลือกวิธีคิดเงิน
    • CPC (Cost Per Click): จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณา
    • CPM (Cost Per Mille): จ่ายเมื่อโฆษณาแสดงครบ 1,000 ครั้ง
    • CPA (Cost Per Action): จ่ายเมื่อผู้ใช้ทำ Action ตามที่ตั้งไว้ เช่น กรอกฟอร์มหรือสั่งซื้อสินค้า

 

โฆษณา GDN โผล่ตรงไหนบ้าง?

1.เว็บไซต์พาร์ทเนอร์ของ Google เช่น เว็บข่าว เว็บบันเทิง บล็อกเฉพาะทาง มักปรากฏในลักษณะแบนเนอร์แนวนอน หรือ แนวตั้ง ads banner

2.YouTube ในรูปแบบ Banner และวิดีโอที่แสดงก่อน/ระหว่างคลิป

Ads banner Youtube

3.Gmail Ads บนแท็บ Promotions หรือ Social

4.Mobile Apps เช่น เกม แอปอ่านข่าว แอปไลฟ์สไตล์

5.คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น ถ้าเพิ่งหาข้อมูลท่องเที่ยว ก็จะเห็นโฆษณาโรงแรมหรือทัวร์ตามเว็บที่เปิด

 

รูปแบบโฆษณา GDN มีอะไรบ้าง?

โฆษณาบน GDN มีหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละธุรกิจ ได้แก่

  1. Image Ads (โฆษณาภาพนิ่ง)
    • ใช้รูปภาพกราฟิกเพื่อดึงดูดสายตา
    • สามารถออกแบบขนาดได้หลากหลาย เช่น แบนเนอร์ ป้ายข้าง ๆ หรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส
    • เหมาะกับการสร้างการจดจำแบรนด์ (Brand Awareness) 
  2. Responsive Display Ads (โฆษณาแบบปรับเปลี่ยนได้)
    • เพียงอัปโหลดรูป โลโก้ และข้อความ ระบบจะปรับขนาดและรูปแบบให้เข้ากับพื้นที่โฆษณาอัตโนมัติ
    • สะดวก ประหยัดเวลา และเข้ากับทุกเว็บไซต์/แอปในเครือข่าย 
  3. Video Ads (โฆษณาวิดีโอ)
    • ปรากฏบน YouTube และเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่รองรับวิดีโอ
    • เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเล่าเรื่อง (Storytelling) หรือสื่อสารข้อความที่ซับซ้อนกว่าภาพนิ่ง 
  4. Rich Media Ads (โฆษณาเชิงโต้ตอบ)
    • โฆษณาที่มีลูกเล่น เช่น เคลื่อนไหวได้ เลื่อน ซูม หรือมีปุ่มกดโต้ตอบ
    • สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าจดจำ 
  5. Gmail Sponsored Promotions (โฆษณาใน Gmail)
    • แสดงผลเป็นข้อความโฆษณาบนแท็บ Promotions ของ Gmail
    • เมื่อผู้ใช้กดเข้าไปจะขยายเป็นโฆษณาขนาดใหญ่คล้ายอีเมลจริง

 

ข้อดีของ GDN สำหรับธุรกิจ

  • เข้าถึงลูกค้าได้มหาศาล: ครอบคลุมทั่วโลก เข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 90%
  • เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ: เลือก Target ได้หลายระดับ รวมถึง Remarketing
  • สร้างการจดจำแบรนด์: ด้วยโฆษณาภาพและวิดีโอที่ดึงดูด
  • ควบคุมงบประมาณได้: กำหนดวิธีคิดเงินที่เหมาะกับเป้าหมาย
  • เสริมกลยุทธ์ Search Ads: เมื่อใช้คู่กัน จะครอบคลุมทั้งคนที่ “ค้นหา” และคนที่ “เจอโฆษณาระหว่างท่องเว็บ”

 

สรุป

GDN (Google Display Network) คือระบบโฆษณาที่ให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 90% ผ่านรูปแบบโฆษณาที่หลากหลาย ทั้งแบนเนอร์ ภาพ วิดีโอ Rich Media และโฆษณาใน Gmail จุดเด่นคือการเข้าถึงกว้าง เจาะกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ และช่วยเสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้ครบวงจรซึ่งยังมีความจำเป็นในปี 2025 อยู่เนื่องจากคนใช้โซเชียลกันมากขึ้นด้วย

Doing Ads campaign

ทำไมหลายธุรกิจเลือก Digital Agency Bangkok สำหรับ Google Ads

หากพูดถึงการทำโฆษณาบน Google ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว Digital Agency Bangkok ถือเป็นหนึ่งในเอเจนซี่ที่หลายแบรนด์ไว้วางใจ ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ด้าน Google Ads โดยตรง และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่ทำให้หลายธุรกิจเลือก Digital Agency Bangkok ได้แก่:

  • ความเชี่ยวชาญแบบครบวงจร – ทีมงานสามารถวางแผนและจัดการโฆษณา Google Ads ได้ทุกประเภท ทั้ง Google Ads, Google Shopping Ads หรืออื่นๆ
  • กลยุทธ์วิเคราะห์ข้อมูลจริง – ทุกแคมเปญถูกออกแบบด้วยข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven) เพื่อให้โฆษณาเข้าถึงลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสูงที่สุด
  • ครีเอทีฟที่สร้างสรรค์ – ออกแบบโฆษณาให้โดดเด่นและดึงดูดสายตา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ
  • ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพต่อเนื่อง – ทีมงานติดตามผลแบบเรียลไทม์ ปรับการตั้งค่าและกลยุทธ์เพื่อให้ ROI สูงสุด
  • ผลงานจริงจากหลายอุตสาหกรรม – ครอบคลุมธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค และอื่น ๆ

Normal Conversion Rates

โดยปกติแล้ว เว็บไซต์ส่วนใหญ่มีอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นลูกค้า (Conversion Rate) อยู่ที่ประมาณ 2–5% ซึ่งถือเป็นค่ามาตรฐานสำหรับการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าหรือผู้สนใจสินค้า อัตรานี้มักถูกใช้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับธุรกิจออนไลน์

normal conversion rate

แต่แคมเปญ Google Ads ที่บริหารโดย Digital Agency Bangkok สามารถสร้างอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นลูกค้าได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การวางกลยุทธ์อย่างแม่นยำ การเลือกกลุ่มเป้าหมายตรงจุด และการบริหารแคมเปญอย่างมืออาชีพ สามารถเข้าถึงลูกค้าที่สนใจจริง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้ทันที

Digital Agency bangkok show conversion rate

 

ผลงานของเราแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของแคมเปญเหล่านี้ในหลายอุตสาหกรรม ทำให้ลูกค้าได้รับ ROI ที่สูงขึ้นและการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง

หากคุณต้องการมืออาชีพมาดูแล Google Ads ของธุรกิจคุณ ติดต่อ Digital Agency Bangkok 

ติดต่อเรา: dab.co.th

โทร: 098-7655-243 หรือ 098-7655-701

อีเมล: [email protected]

Line Whatsapp