5 สิ่งที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อยในการทำการตลาดดิจิทัล

เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเริ่มทำการตลาดดิจิทัลด้วยความคาดหวังว่าแบรนด์จะเป็นที่รู้จักมากขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น และเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิม แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับพบว่างบโฆษณาถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน บางรายได้ยอดคลิก แต่ไม่มียอดขาย บางรายมีคนเข้าเว็บไซต์ แต่ลูกค้าไม่ตัดสินใจซื้อ

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการตลาดดิจิทัลไม่ได้ผล หากแต่เกิดจากความผิดพลาดบางอย่างที่เจ้าของธุรกิจมักมองข้ามตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทีมดูแล การตั้งเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน หรือการใช้เครื่องมือทางการตลาดโดยไม่เข้าใจภาพรวมของธุรกิจอย่างแท้จริง

บทความนี้จะพาคุณมองเห็นจุดที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อยในการทำการตลาดดิจิทัล พร้อมอธิบายว่าทำไมงบประมาณถึงสูญเปล่าได้ง่าย และควรเลือกแนวทางหรือพาร์ทเนอร์ทางการตลาดอย่างไร เพื่อให้งบทุกบาทที่ลงทุนไปสามารถสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและยั่งยืนต่อธุรกิจของคุณ

 

ทำไม Digital Marketing ถึงเสียงบประมาณได้ง่าย

การตลาดดิจิทัลเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วและวัดผลได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่งบประมาณสามารถหายไปอย่างเงียบ ๆ หากไม่มีการวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น เจ้าของธุรกิจหลายคนเข้าใจว่าการยิงโฆษณาหรือทำคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ความจริงคือ หากไม่รู้ว่ากำลังทำไปเพื่ออะไร งบที่ใช้ไปอาจไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจเลย

ตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือ ธุรกิจเริ่มลงโฆษณา Facebook หรือโฆษณา Google โดยตั้งเป้าเพียงแค่อยากให้คนเห็นเยอะ ๆ แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องการยอดขาย จำนวนลูกค้าใหม่ หรือการติดต่อกลับมากน้อยแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นตัวเลข Reach หรือ Click ที่ดูดี แต่ไม่สามารถแปลงเป็นรายได้จริง เมื่อถึงเวลาประเมินผล เจ้าของธุรกิจจึงรู้สึกว่างบโฆษณาถูกใช้ไปโดยไม่คุ้มค่า

อีกกรณีหนึ่งคือการใช้เครื่องมือทางการตลาดโดยไม่เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย บางธุรกิจเลือกลงโฆษณาทุกแพลตฟอร์มเพราะคิดว่าต้องมีตัวตนให้ครบ แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าลูกค้าจริงใช้ช่องทางใดเป็นหลัก งบประมาณจึงถูกกระจายออกไปหลายทาง โดยไม่มีแพลตฟอร์มใดสร้างผลลัพธ์ได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ B2B ที่เน้นลูกค้าองค์กร แต่กลับใช้งบจำนวนมากกับคอนเทนต์ที่เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ยอดติดต่อไม่เพิ่มขึ้นตามที่คาดหวัง

นอกจากนี้ ปัญหาที่ทำให้งบการตลาดสูญเปล่าอย่างเห็นได้ชัดคือ เว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ที่ยังไม่พร้อมรองรับการขาย แม้โฆษณาจะดึงคนเข้ามาได้จำนวนมาก แต่หากหน้าเว็บโหลดช้า ข้อมูลไม่ชัดเจน หรือไม่มีจุดให้ลูกค้าตัดสินใจต่อ งบโฆษณาก็จะหมดไปกับการพาคนเข้ามาแล้วออกไปโดยไม่ได้ทิ้งอะไรไว้เลย หลายธุรกิจมักเข้าใจผิดว่าโฆษณาเป็นคำตอบทั้งหมด ทั้งที่ความจริงแล้วเว็บไซต์คือด่านสำคัญในการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้า การทำเว็บไซต์ที่ดีและสวยจึงคืออีกสิ่งที่สำคัญ

 

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อยในการทำการตลาดดิจิทัล

  1. เลือกเอเจนซี่จากราคาเป็นหลัก โดยไม่ดูแนวคิดและประสบการณ์

เจ้าของธุรกิจจำนวนมากตัดสินใจเลือกเอเจนซี่จากราคาที่ถูกกว่า โดยคาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกัน แต่ในความเป็นจริง เอเจนซี่ที่ขาดประสบการณ์หรือไม่มีความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ มักทำงานแบบทดลองไปเรื่อย ๆ โดยใช้งบโฆษณาของลูกค้าเป็นตัวทดสอบ ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นเพียงรายงานตัวเลขพื้นฐาน แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าธุรกิจควรเติบโตอย่างไรต่อไป

  1. เริ่มทำการตลาดโดยไม่มีเป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจน

หลายธุรกิจเริ่มยิงโฆษณาหรือทำคอนเทนต์เพราะเห็นคู่แข่งทำ หรือได้รับคำแนะนำว่า “ต้องทำ” แต่ไม่ได้กำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ เช่น ต้องการยอดขาย จำนวนลูกค้าใหม่ หรือการติดต่อกลับ เมื่อไม่มีเป้าหมายที่ชัด การวัดผลจึงทำได้ยาก และไม่รู้ว่าควรปรับกลยุทธ์ตรงจุดใด

  1. แยกการทำเว็บไซต์และการตลาดออกจากกัน

ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือให้ทีมหนึ่งทำเว็บไซต์ อีกทีมดูแลโฆษณา โดยไม่มีการวางแผนร่วมกัน ส่งผลให้เว็บไซต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขายหรือการเก็บ Leads แม้โฆษณาจะดึงคนเข้ามาได้จำนวนมาก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. เน้นยอดคลิกและยอดคนเห็นมากกว่าผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ตัวเลขอย่าง Reach หรือ Click ดูน่าสนใจและทำให้รู้สึกว่าแคมเปญประสบความสำเร็จ แต่หากไม่เชื่อมโยงกับยอดขายหรือการติดต่อจริง ตัวเลขเหล่านี้อาจไม่มีความหมายทางธุรกิจ เจ้าของธุรกิจจำนวนมากจึงใช้งบโฆษณาไปกับผลลัพธ์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จริง

  1. ไม่วิเคราะห์ข้อมูลและไม่ปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

การตลาดดิจิทัลไม่ใช่การตั้งค่าเพียงครั้งเดียวแล้วปล่อยให้รันไปเรื่อย ๆ ธุรกิจที่ไม่ดูข้อมูล เช่น พฤติกรรมผู้ใช้งาน ค่าใช้จ่ายต่อหนึ่ง Conversion หรืออัตราการปิดการขาย มักเสียโอกาสในการปรับแคมเปญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้งบประมาณถูกใช้ไปโดยไม่จำเป็น

 

ทำไมการเลือกเอเจนซี่ถึงสำคัญที่สุด

เอเจนซี่เป็นผู้ที่เข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ วิเคราะห์ภาพรวม และวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการเติบโตในระยะยาว หากเลือกเอเจนซี่ที่ขาดความเข้าใจธุรกิจหรือทำงานแบบสำเร็จรูป งบการตลาดมักถูกใช้ไปกับกิจกรรมที่ไม่เชื่อมโยงกัน และไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้

เอเจนซี่ที่เข้าใจทั้งการตลาดและโครงสร้างเว็บไซต์ จะสามารถปรับทั้งแคมเปญและหน้าเว็บให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ เอเจนซี่ที่มีประสบการณ์จริงจะไม่เริ่มต้นจากการเสนอแพ็กเกจ แต่จะเริ่มจากการตั้งคำถามเกี่ยวกับธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย และเป้าหมายที่ต้องการวัดผล เพราะการตลาดดิจิทัลที่ได้ผล ไม่ได้เกิดจากสูตรสำเร็จเดียวกันสำหรับทุกธุรกิจ แต่เกิดจากการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละแบรนด์

ในระยะยาว การเลือกเอเจนซี่ที่ทำงานในบทบาทของที่ปรึกษา จะช่วยให้ธุรกิจมองเห็นภาพรวมของงบประมาณ รู้ว่าควรลงทุนตรงจุดใด ลดความเสี่ยงในการลองผิดลองถูก และสร้างผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนทีมดูแลไปมาโดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน

 

ประเด็นเปรียบเทียบ เอเจนซี่ทั่วไป เอเจนซี่ที่ดี
แนวคิดในการทำงาน ทำงานตามขอบเขตที่ได้รับมอบหมายเป็นหลัก เริ่มจากการเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจและวางกลยุทธ์ร่วมกัน
การวางแผนการตลาด เน้นแผนระยะสั้นหรือแคมเปญเป็นครั้ง ๆ วางแผนภาพรวมทั้งระยะสั้นและระยะยาว
การเลือกแพลตฟอร์ม ใช้แพลตฟอร์มตามแพ็กเกจหรือรูปแบบที่คุ้นเคย เลือกแพลตฟอร์มตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายจริง
การทำงานร่วมกับเว็บไซต์ แยกการทำเว็บไซต์และการตลาดออกจากกัน เชื่อมเว็บไซต์ การโฆษณา และ Conversion เข้าด้วยกัน
การวัดผลและรายงาน รายงานตัวเลขพื้นฐาน เช่น คลิก หรือยอดคนเห็น วิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงธุรกิจ เช่น Leads และ Conversion
การปรับกลยุทธ์ ปรับตามคำสั่งหรือเมื่อเกิดปัญหา ปรับจากข้อมูลและพฤติกรรมผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
บทบาทต่อธุรกิจ ผู้ให้บริการตามข้อตกลง ที่ปรึกษาทางการตลาดและการเติบโตของธุรกิจ
มุมมองต่อการใช้งบ ใช้งบตามแผนที่กำหนดไว้ บริหารงบเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

 

สรุป

การทำการตลาดดิจิทัลให้ได้ผล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้งบมากหรือน้อย แต่ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดที่เจ้าของธุรกิจพลาดบ่อย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน การแยกการทำเว็บไซต์ออกจากการตลาด หรือการเลือกเอเจนซี่โดยไม่พิจารณาภาพรวม ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความคุ้มค่าของงบประมาณ

เมื่อการตลาดดิจิทัลเกี่ยวข้องกับหลายองค์ประกอบที่ต้องทำงานร่วมกัน การมีทีมที่เข้าใจทั้งกลยุทธ์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค จะช่วยให้ทุกการลงทุนถูกใช้ไปอย่างมีทิศทาง และสามารถวัดผลได้จริงในเชิงธุรกิจ

สำหรับเจ้าของธุรกิจ การเลือกเอเจนซี่จึงไม่ใช่แค่การหาผู้รับจ้างทำโฆษณา แต่คือการเลือกพาร์ทเนอร์ที่ช่วยคิด วิเคราะห์ และพาธุรกิจเติบโตในระยะยาว หากวางรากฐานได้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ การตลาดดิจิทัลจะไม่ใช่ต้นทุนที่สูญเปล่า แต่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาสและความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

ทิปการเลือกเอเจนซี่การตลาดดิจิทัลให้เหมาะกับธุรกิจ

  • เลือกเอเจนซี่ที่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่ใช่เสนอแพ็กเกจหรือราคาเป็นอย่างแรก
  • พิจารณาผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยดูว่ามีตัวอย่างที่สามารถอธิบายผลลัพธ์และแนวคิดการทำงานได้หรือไม่
  • เลือกทีมที่สามารถวางกลยุทธ์เชื่อมโยงเว็บไซต์ คอนเทนต์ และโฆษณาเข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ
  • ตรวจสอบวิธีการวัดผลและรายงานผลว่ามุ่งเน้นตัวเลขที่สะท้อนผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง เช่น Leads หรือ Conversion
  • เลือกเอเจนซี่ที่สามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจทางการตลาดได้อย่างชัดเจน และพร้อมให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์
  • พิจารณาทีมที่มีความยืดหยุ่นในการปรับกลยุทธ์ตามข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้า ไม่ยึดติดกับวิธีเดิม ๆ
  • มองหาเอเจนซี่ที่ทำงานในบทบาทของพาร์ทเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการตามสัญญา
Line Whatsapp